☂ MRBRIGHTSIDE94 STORY ☼

❥ ALL MINE , ALL MINE ♢


WEST COAST * CUT SCENE

WEST COAST
#KHWESTCOAST





ฝ่ามือบางงของเซฮุนกางออกช้าๆ โดยการนำพาของใครอีกคน จะกระทั่งมันวางพักเอาไว้อยู่ที่แนวระเบียง นิ้วเรียวยาวสอดประมานทับกันเอาไว้ที่มือทั่งสองข้าง ร่นต้นคอเพียงนิดด้วยความจั๊กจี้เมื่อปลายจมูกทู่เอาแต่ซุกไซร้ไปมาอยู่ที่ลำคอขาวผ่องที่ในยามนี้ประดับตกแต่งไปด้วยร่องรอยสีชมพูอ่อน ร่างบางครางต่ำในลำคออีกครั้ง เสียงสอดประสานรับกับเสียงจูบซ้ำๆ ที่ต้นคอทางด้านหลัง ปลายนิ้วดึงรั้งระเบียงไม้แน่นเมื่อมือหนาของใครอีกคนลูบไล้ไปตามต้นขาขาวเนียนของตนเอง ลูบไล้วนไปมาอยู่อย่างนั้นตนเขาต้องกัดปากเอาไว้เพื่อกลั้นอารมณ์บางอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้น




“จงอิน . .” เอ่ยเรียกคนรักแผ่วเบาในยามที่ร่างกายกำลังทำปฏิกิริยาอะไรบางอย่างกับฝ่ามือนั้น แต่แล้วเซฮุนก็ต้องกลั้นเสียงครางสุดชีวิตเพื่อไม่ให้เปล่งเสียงที่น่าอายนั้นออกมาดังๆ เมื่อฝ่ามือของคนที่ยืนซ้อนอยู่ทางด้านหลังลูบไล้แผ่วเบาลงไปยังบั้นท้ายงอนงามของตนเอง มือเย็นของจงอินบีบเค้นก้อนเนื้อนิ่มนั้นอย่างเบามือ และมืออีกข้าง . . อ่าห์ ลูบไล้แผ่วเบาที่ส่วนกลางลำตัวที่อยู่ทางด้านหน้า ให้ตายเถอะ . . เขาเหมือนคนที่กำลังจะไร้เรี่ยวแรงยืนอยู่แล้ว ท่อนขาสั่นไปหมดในยามที่ถูกปรนเปรอทั้งทางด้านหน้าและด้านหลังในเวลาพร้อมๆ กัน




“คุณสวยมากเลยที่รัก . .” น้ำเสียงของจงอินดังขึ้นอยู่ที่ข้างหู มันทั้งกระเส่าและสั่นพร่าอย่างชัดเจนเพราะอารมณ์บางอย่างที่กำลังเกิดขึ้น เซฮุนหลับตาลง ก้มหน้าเพียงนิดและกำขอบระเบียงไม่เอาไว้แน่น หูได้ยินเสียงของคลื่นที่ซัดเข้าฝั่งอย่างชัดเจน ทว่ามันก็ปนเปไปด้วยเสียงครางต่ำในลำคอของคนรักที่กำลังเก็บเกี่ยวความหวานจากแผ่นหลังเขาอยู่ในยามนี้ เสียงจูบแผ่วเบาดังก้องหูและริมฝีปากร้อนของจงอินเขาก็สัมผัสมันได้อย่างชัดเจนแม้ว่ามันจะผ่านผ้าเนื้อดีก็ตาม “อืม . . ม” เซฮุนกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ในยามที่ฝ่ามือร้อนผลุบหายเข้าไปในขอบกางเกงในทางด้านของตัวเอง กัดปากเพียงเล็กน้อยเมื่อมือนั้นกำลังมอบความสุขแบบสุดๆ ให้กับเขา




กายบางบิดเร่าไปมา ท่อนขาสั่นเครือและบิดเบี้ยวยามที่จงอินหยอกล้อกับส่วนปลายนั้นอยู่ซ้ำๆ กลีบปากบางครางชื่อของคนที่เป็นเจ้าชีวิตออกมาอยู่ตลอดเวลา เขารู้สึกดีเหลือเกิน รู้สึกดีเหมือนกับมีสวรรค์มารออยู่ตรงหน้า ความรู้สึกบางอย่างพุ่งตรงมา ท้องน้อยเสียวซ่านไปหมดในยามมือจงอินกอบกุมไปตามความยาวของมัน ขยับอย่างเชื่องช้าทว่าหนักแน่น และจงอินก็ทำมันอยู่อย่างนั้น . . ทำมันจนกระทั่งกายบางของเขากระตุกอย่างเสียวซ่านและปลดปล่อยอารมณ์บางอย่างออกมาในยามเช้า




“หึ . . หึ” เสียงหัวเราะต่ำในลำคอของจงอินทำให้เซฮุนรู้สึกเขินอายอย่างบอกไม่ถูก ราวกับคนที่ได้เรียนรู้จักเรื่องพรรค์นี้เป็นครั้งแรกทั้งที่ในความจริงก็ผ่านมันมากับคนที่ยืนซ้อนทางด้านหลังจนนับไม่ถ้วน ท่อนแขนขาวย้ายมาท้าวตัวมันลงที่ระเบียงอีกครั้ง เสียงหายใจหอบหนักหน่วงดังขึ้นหลังจากการปลดปล่อย แอ่นตัวขึ้นอย่างเสียวซ่านเมื่อฝ่ามือของใครอีกคนลูบไล้ไปตามข้างลำตัว สัมผัสได้ถึงความเปียกชื้นจากฝ่ามืออีกคน เราไม่ได้พูดอะไรกันเลยทว่าเข้าใจกันหมดทุกอย่าง ชอบเหลือเกินที่ช่วงเวลาที่แสนพิเศษของเราทั้งคู่มักจะออกมาเป็นในลักษณะนี้




“เซฮุนนา . . ทำไมคุณถึงสวยแบบนี้” คำชมของจงอินทำเอาความร้อนทั่วทั้งร่างกายมาจุกรวมกันอยู่ใบหน้าของเซฮุนได้ไม่ยาก เจ้าตัวกัดริมฝีปากตนเองอยู่อย่างนั้น แอ่นตัวรับสัมผัสแผ่วเบาจากฝ่ามือที่คอยให้ความอบอุ่นกับร่างกายจากสายลมอันแสนหนาวเย็น “จงอิน . . ผมรักคุณ” น้ำเสียงแหบพร่าของคนที่ยืนท้าวแขนกับระเบียงเอ่ยตอบรับคำชมนั่นอย่างแผ่วเบาและสั่นพร่าเมื่อมันประกอบไปด้วยอารมณ์บางอย่าง รอยยิ้มอันทรงเสน่ห์ปรากฏขึ้นบนกลีบปากหนา จงอินกัดปากเพียงเล็กน้อยก่อนพักมือไว้ที่ริมชอบกางเกงชั้นในสีสันฉูดฉาดที่เซฮุนสวมมันเอาไว้แล้วโน้มตัวไปข้างหน้า บางอย่างที่สัมผัสกับบั้นท้ายงอนงามของตัวเองทำให้เซฮุนขนลุกซู่ ไหนจะน้ำเสียงนุ่มทุ้มที่แสนเร่าใจนั่นดังขึ้นข้างๆ หูอีก




“ผมรู้แล้ว . . ที่รัก” คำพูดสุดท้ายเกิดขึ้นพร้อมกับฝ่ามือนั้นแทรกเข้าไปสัมผัสกับก้อนเนื้อนุ่มนิ่มอีกครั้ง ทว่าคราวนี้จงอินกลับเลื่อนมือต่ำลงไป . . ต่ำลงไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเมื่อเซฮุนรู้ตัวอีกที ชั้นในสีสันฉูดฉาดของตนเองก็ร่วงหล่นที่อยู่ข้อเท้าของตนเอง ชายเสื้อเชิ้ตนั่นมันยังยาวพอที่จะปกปิดส่วนกลางลำตัวทางด้านหนาของตนเองเอาไว้ได้ หากต้องให้มองมันอย่างตรงๆ ในยามนี้มันก็คงน่าอายเสียเหลือเกิน . . แต่ไม่แล้ว . . ไม่แล้วเมื่อฝ่ามือนั่นลูบไล้ขึ้นมาตามร่างกายเนียนละเอียดของร่างกายเขาอีกครั้ง
ฝ่ามือร้อนลากไล้ขึ้นมาสูงจนกระทั่งสัมผัสกับปลายถันสีอ่อน




“อา . .” กลีบปากบางหลุดเสียงครางออกมาเล็กๆ เมื่อปลายนิ้วสากเอาแต่ลูบไล้และบดขยี้มันอยู่อย่างนั้น เสียงครางต่ำในลำคอของจงอินทำให้ขยกายลุกชูชันไปหมด แต่แล้วทุกอย่างมันก็ดำเนินของมันต่อไปเรื่อยๆ เรียกเสียงครางจากเขาไปได้มากโข และเสียงสูดปากสูดของจงอินก็ดังขึ้นอีกครั้งเมื่อฝ่ามือเลิกชายเสื้อทางด้านหลังของเขาขึ้นทีละเล็กละน้อย เซฮุนกระตุกกายสั่นเมื่อร่างกายกระทบกับความเย็นของสายลมที่พัดผ่านมา ทว่ารู้สึกอย่างนั้นได้ไม่นาน ความอบอุ่นของฝ่ามือใครอีกก็ลูบไล้แผ่วเบาที่บั้นท้ายงอนงาม กายบางบิดไปมาเล็กน้อยเมื่อจงอินเอาแต่ลูบไล้อยู่อย่างนั้น ไม่ยอมทำอะไรเสียที ทว่าในเวลาต่อมากายบางก็ต้องกระตุกฮือเมื่อปลายนิ้วเรียวของใครบางคนลากผ่านตามรอยแยกนั้นและหยุดทักทายอย่างอบอุ่นที่ปากทางสีอ่อนที่ถูกใช้งานอย่างหนักเมื่อคืน เสียงกระซิบอันแหบพร่าดังขึ้นที่ข้างหูอีกครั้ง




“ยังเจ็บอยู่ไหม . .”




“อืม . . ม มะ . . ไม่แล้วครับ”




“งั้น . .” กายบางกระตุกฮือเมื่อปลายนิ้วกดลงไปเบาๆ




“ผมขอเข้าไปนะ”




สิ้นสุดคำร้องขอ เซฮุนก็ได้ปล่อยเสียงครางยาวของตนเองให้ดังอยู่อย่างนั้น กลีบปากบางเผยอเล็กน้อย ทว่าไม่มีเสียงใดหลุดออกมาหลังจากที่จงอินขยับนิ้วแกร่งของตนเองเข้าออกจากช่องทางที่บีบรัดเขาเอาไว้แม้กระทั่งนิ้วเรียวยาวนั้น ร่างกายของเซฮุนยังคงใหม่กับเรื่องพรรค์นี้เสมอ จงอินยกยิ้มมุมปาก แลบเลียกลีบปากหนาของตนเองเมื่อก้มลงมองปลายนิ้วของตนเองที่ผลุบเข้าออกจากบั้นท้ายงอนงามที่เขายืนซ้อนอยู่ มองเห็นอะไรบางอย่างที่นูนเด่นชัดขึ้นจากผ้าขนหนูที่สวมหมิ่นเหม่อยู่ตรงสะโพกตนเอง จงอินเตรียมความพร้อมให้เซฮุนอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งมือขาวเอื้อมมาทางด้านหลัง ดึงท่อนแขนแกร่งนั้นแผ่วเบาแล้วหันมาบอกด้วยน้ำเสียงแหบพร่า




“. . พร้อมแล้ว” จงอินจ้องมองใบหน้าและสายตาปรือปรอยในยามที่อารมณ์พุ่งสูงของคนรักและถอนนิ้วของตนเองออกช้าๆ จากช่องทางสีอ่อนนั้นขณะที่สายตาเราทั้งสองก็ยังคงจ้องมองกันอยู่อย่างนั้น มือหนาอีกข้างเปลี่ยนจากการบีบเค้นแก้มก้นนิ่มที่ตอนนี้ขึ้นเป็นสีแดงระเรื่อและย้ายมาวางประทับไว้บนแผ่นหลังเนียน มืออีกข้างปลดปมผ้าจนหนูของตนเองช้าๆ จนกระทั่งผ้าเนื้อดีลงไปกองอยู่ที่ผืน มองบางอย่างที่โป่งพองภายใต้กางเกงชั้นในสีเข้มแล้วก็เงยหน้าขึ้นมามองเซฮุนที่กัดปากรอคอยขั้นตอนต่อไปอยู่อย่างนั้น ดวงหน้าหวานขึ้นสีแดงระเรื่อเพราะแรงอารมณ์ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ เมื่อจงอินเอาแต่แกล้ง ดันส่วนนั้นให้มาสัมผัสกับบั้นท้ายของเขาเบาๆ




“ที่รัก . . ได้โปรด” จงอินหัวเราะเพียงเล็กน้อยกับท่าทางที่แสนน่ารักน่าชังเหล่านั้นในยามที่เซฮุนบดเบียดก้อนเนื้อนิ่มของตนเองเข้ากับส่วนที่ร้อนที่สุดในร่างกายของเขา จงอินกัดริมฝีปากของตนเองเอาไว้ ดันกายบอบบางของคนรักให้โน้มไปทางด้านหน้า เซฮุนท้าวท่อนแขนลงกับระเบียงไม้อีกครั้ง แอ่นสะโพกขึ้นเพียงเล็กน้อยเพื่อออดอ้อนเอาใจจงอินที่กำลังเตรียมความพร้อมให้ตนเองอยู่ทางด้านหลัง แต่แล้วความสุขสมทั้งหมดก็ถูกเติมเต็มช้าๆ เมื่อแกนกายร้อนระอุของใครอีกคนแทรกผ่านเข้ามายังส่วนที่คับแน่นที่สุดในร่างกายของเขาอีกครั้ง ท่อนขาเรียวสั่นพับเมื่อส่วนนั้นถูกดันเข้ามาเรื่อยๆ จนกระทั่งส่วนปลายสัมผัสแผ่วเบากับทางด้านในนั้น




ร่างกายของเซฮุนแทบทรุดลงกองกับพื้นเพราะเข่าอ่อน แต่ทว่ามือแกร่งก็รีบรั้งสะโพกบางนั้นเอาไว้ด้วยท่อนแขนหนาในทันที กลีบปากบางของเซฮุนเจ็บปวดไปหมดเนื่องจากเขาเอาไว้กัดมันไว้อย่างนั้น ดวงหน้าหวานหมอบลงซบกับท่อนแขนของตนเองขณะที่จงอินเริ่มขยับกายช้าๆ มือหนายังคงสาละวนอยู่กับหน้าขาของเขาบ้าง ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังบางบ้างในยามที่สะโพกสอบสวนกายเข้าออกอย่างเชื่องช้าอย่างนั้น เซฮุนแยกขาออกเพียงนิด ยกสะโพกขึ้นอีกหน่อยเพื่อรับกับจังหวะที่จงอินแทรกกายเข้ามา




“อ๊า . . ”




เซฮุนทำได้เพียงแค่ครางตอบรับเท่านั้นเมื่อจงอินเริ่มกระแทกกายเข้ามาเร็วขึ้นเขาเสียวซ่านไปหมด . .








กลับไปอ่านต่อที่เด็กดี >

GRAVITY #04 CUT SCENE

GRAVITY #04


CUT SCENE .





แววตาคู่นั้นของจงอินโหยหาความรัก...และอยากได้ความอบอุ่น




และเขาเองที่จะเป็นคนที่ให้ความรู้สึกเหล่านั้น...




ท่อนแขนเล็กเลื่อนขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งช้าๆ ขณะที่สายตาก็ยังคงมองอีกฝ่ายนิ่งๆ จงอินกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ใจเต้นแรงจนยากจะเกินควบคุมยามที่ได้เห็นกลีบปากบางคลี่รอยยิ้มที่แสนอ่อนหวานแบบที่เขาชอบแอบมองตั้งแต่มาอยู่ที่บ้านหลังนี้ เซฮุนยิ้มสวยมาก เสียงหัวเราะที่หลุดออกมาจากริมฝีปากบางนั่นก็เพราะหูเหลือเกินในยามที่ได้ยิน กลิ่นกายหอมอ่อนของเซฮุนมีแรงดึงดูดบางอย่างที่ดึงเขาเข้าไปหาอย่างเชื่องช้า ลมหายใจร้อนที่สัมผัสใบหน้าแผ่วเบาทำให้จงอินต้องหลับตาลงในขณะที่ริมฝีปากหนาของตนเองสัมผัสกับกลีบปากบางของเซฮุนอีกครั้ง




กายบางบดเบียดเข้าหาความอบอุ่นในยามที่ท่อนแขนแกร่งโอบกอดรั้งเขาให้เข้ามาแนบชิด ใบหน้าหวานหยดเอียงปรับองศาไปเรื่อยในยามที่ลิ้นอุ่นร้อนของใครอีกคนเข้ามาหยอกล้อในโพรงปาก รสจูบที่แสนอ่อนหวานดำเนินไปอย่างเชื่องช้าและไม่เร่งรีบกันและกัน เสียงดูดดึงขบเม้มดังสลับกับเสียงครองฮึมฮัมในลำคอยามที่ฝ่ามือหนาของจงอินลูบไล้แผ่วเบาที่แผ่นหลังบางของตนเอง ฝ่ามือเล็กลูบไล้สันกรามนูนเด่นก่อนจะจูบตอบกลับไปแผ่วเบาเพื่อดูดกลืนลมหายใจของกันและกันช้าๆ จากรสจูบที่แสนอ่อนหวานกลายเป็นรสจูบที่แสนจะเร่าร้อน แผ่นหลังบางของเซฮุนแนบชิดไปกับกำแพงทางด้านหลังในยามที่ใครอีกคนต้อนมาให้ยืนพิงเอาไว้หลังจากที่เห็นว่าเขาคงจะทรุดกายลงกับพื้นหลังจากที่ผ่านรสจูบที่แสนหนักหน่วง



จงอินผละออกเพื่อให้อีกฝ่ายได้หายใจหายคอ มือเล็กยึดที่ชายเสื้อทางด้านล่างของใครอีกคนเอาไว้ก่อนจะยกมันขึ้นสูง จงอินที่เห็นเช่นกันก็รีบจัดการถอดเสื้อตัวหนานั้นออกไปอย่างไม่สนใจ แผ่นอกสีแทนปรากฏอยู่ตรงหน้าทำเอาเซฮุนหายใจไม่ทั่วท้อง แต่ยังไม่ทันที่จะได้พิจารณาอะไรมากมายนัก เอวคอดก็ถูกรั้งขึ้นกับกำแพงเสียแล้ว เรียวขายาวกอดเกี่ยวเอวแกร่งเอาไว้ในยามที่ถูกช้อนกายอุ้ม ท่อนแขนเรียวโอบกอดต้นคอหนาอีกครั้งและริมฝีปากก็กับมาสอดประสานกันในจังหวะที่มันควรจะเป็น รสจูบที่เน้นย้ำและลิดรอนลมหายใจทำเอาเซฮุนหายใจหายคอไม่สะดวก เกลียวลิ้นที่หยอกล้อในยามที่ไล่ต้อนลิ้นเล็กของตนเองในโพรงปากทำเอาขนกายลุกชัน รสจูบที่แสนหนักหน่วงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งแผ่นหลังของเซฮุนสัมผัสเข้าความอ่อนนุ่มที่แสนสบาย





เสียงหอบหายใจดังให้ได้ยินในยามที่จงอินถอนริมฝีปากบวมเต่งออกไป เซฮุนมองภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าด้วยจิตใจสั่นระรัว แววตาคู่นั้นของจงอินมีเงาของเขาสะท้อนอยู่ในนั้น และดูเหมือนว่าความต้องการที่ปะทุในดวงตาคมกล้าตอนนี้เขาเองก็คงจะห้ามไม่ทันเสียแล้ว เซฮุนจับชายเสื้อของตนเองเลิกขึ้นสูงก่อนมือแกร่งจะช่วยถอดปราการแรกออกไปอย่างช้าๆ ...เซฮุนกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ยามที่แผ่นอกบางกระทบกับความเย็น เขาไม่เคยเขินอายจนกระทั่งเห็นสายตาของจงอินที่พิจารณาเขาตั้งแต่ใบหน้าจนถึงเอวคอดขาว ร่างบางได้แต่กัดริมฝีปากและหลับตาลงยามที่ริมฝีปากร้อนตรงเข้าซุกไซร้ลำคอขาวของตนเองเอาไว้




เซฮุนรู้สึกดีเหลือเกิน...




ฝ่ามือเล็กแทรกผ่านกลุ่มผมสีน้ำตาลเข้มและขยุ้มยีจนเสียทรงเพราะควบคุมความรู้สึกที่เกิดขึ้นภายในไม่ได้ เสียงครางเล็ดรอดออกมาจากริมฝีปากบางอย่างที่จงอินขบเม้มหนักๆ เข้าที่ลำคอขาว เขารู้ดีว่าจงอินทำอะไร และเขาไม่คิดจะห้ามเลยแม้แต่นิดเดียว กลีบปากหนาประทับจูบไปทั่วซอกคอหอมอย่างหลงใหลก่อนจะลากริมฝีปากร้อนเลื่อนลงมากดจูบแผ่วเบากลางหน้าอกที่สะท้อนลมหายใจขึ้นลง ก่อนเซฮุนจะร้องครางออกมาอย่างตกใจในยามที่จงอินดูดกลืนยอดอกสีชมพูอ่อนนั้นอย่างรวดเร็ว มือข้างหนึ่งทั้งกำทั้งจิกผ้าปูที่นอนแน่น ทว่าอีกครั้งกลับขยุ้มกลุ่มผมสีน้ำตาลเข้มนั่นอย่างถูกอกถูกใจ การกระทำของจงอินไม่ได้รีบร้อน แต่มันอ่อนโยนในทุกที่ที่ริมฝีปากร้อนลากผ่าน รู้สึกดีเหลือเกินในยามที่จงอินค่อยๆ กลืนกินเขาทีละเล็กทีละน้อย




“อืม...ม” เซฮุนได้แต่กัดปากสกัดกั้นเสียงครางของตนเองเอาไว้ยามที่ใบหน้าหล่อเหลาซุกเข้าที่หน้าท้องผ่าน เสียงจูบและดูดดึงที่แสนจาบจ้วงนั่นทำเอาขนกายลุกชันอย่างห้ามไม่อยู่ จงอินทำให้เขารู้สึกเหมือนตอนเรียนรู้เรื่องพวกนี้ครั้งแรกไม่มีผิด รอยช้ำปรากฏขึ้นหลังจากที่จงอินถอนใบหน้าหล่อเหลาออกจากหน้าท้องราบเรียบ สายตาคมสอดประสานคนที่ก้มมองต่ำลงมาราวกับขออนุญาต เซฮุนมองแววตานั่นอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะลุกขึ้นนั่งช้าๆ ฝ่ามือเล็กฉุดรั้งให้ใครอีกคนที่นอนลงตรงที่ว่างข้างๆ ก่อนตนเองจะยกกายขึ้นคร่อมกายแกร่งนั้นเอาไว้




จงอินมองการกระนั้นด้วยจิตใจที่เต้นรัว มองแววตาของเซฮุนในแน่ใจว่าที่ทำไปนั่นเป็นเพราะความรู้สึกที่เกิดขึ้นมาจากจิตใจไม่ใช่แรงอารมรณ์ และรอยยิ้มนั้นก็เป็นเหมือนสิ่งที่ตอกย้ำความรู้สึกเหล่านั้นว่ามันเกิดขึ้นจริง เซฮุนยกฝ่ามือแกร่งทั้งสองข้างให้มาประคองใบหน้าของตนเองช้าๆ ในยามที่เซฮุนโน้มใบหน้าลงไปประทับจูบแผ่วเบาบนริมฝีปาก ก่อนจะถอนใบหน้าหวานออกมาเพียงนิดแล้วใช้ปลายจมูกคลอเคลียเล่นกับอีกฝ่ายอย่างหยอกล้อก่อนจะหยุดนิ่งลงไปในเวลาต่อมา สายตาทั้งคู่สอดประสานกันอีกครั้ง...




เป็นเซฮุนที่หลบสายตาคมกล้านั้นเป็นก่อน ร่างบางชันกายลุกขึ้นนั่งบนหน้าขาแกร่งของจงอินก่อนจะก้มลงปลดเข็มขัดหนังที่เกี่ยวรั้งกางเกงยีนส์ตัวหนาที่จงอินสวมอยู่อย่างเบามือ ปลายนิ้วรูดซิปกางเกงนั่นลงช้าๆ ก่อนจะมือแกร่งของอีกคนจะจับข้อมือของเขาเอาไว้ เซฮุนส่ายหน้าพร้อมรอยยิ้มบาง จงอินปล่อยข้อมือเล็กให้เป็นอิสระอีกครั้งก่อนจะชันกายขึ้นมามองการกระทำนั้นอย่างไม่วางตา วันนี้ช่างภาพคนเก่งของเขาดูสวยเหลือเกิน ผิวขาวราวกับน้ำนมนั่นก็ลื่นมือเหลือเกินยามที่ได้สัมผัส รอยยิ้มที่ได้เห็นก็ชวนให้ใจสั่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ดวงตาคู่นั้นดูน่ามองกว่าเลนส์กล้องที่เจ้าตัวชอบถือเป็นไหนๆ โอเซฮุนดูน่าหลงใหลอย่างบอกไม่ถูก...





มือขาวหยุดลงหลังจากที่รูดรั้งซิปลงมาจนเห็นบางสิ่งบางอย่างที่โป่งพองขึ้นมา ใบหน้าขาวกลายเป็นสีแดงระเรื่อก่อนจะยกกายบางของตนเองลงจากอีกคนช้าๆ มือเล็กปลดเชือกที่มัดผูกอยู่กับกางเกงวอร์มที่ตนเองสวมอยู่ช้าๆ แต่เขากก็ทำได้เพียงเท่านั้นเมื่อมือแกร่งห้ามเขาเอาไว้อีกครั้ง เซฮุนมองเจ้าของผิวสีแทนนั่นเมื่อกายใหญ่ย้ายตนเองมาคร่อมทับเขาเอาไว้อีกคราก่อนเซฮุนจะหลับตาลงช้าๆ เมื่อผ้าสีขาวผืนบางปิดทับอยู่บนเปลือกตาสีมุก เซฮุนนอนนิ่งให้จงอินได้ทำตามอย่างที่เจ้าตัวต้องการ ผิวกายทางด้านล่างสัมผัสกับอากาศเย็นจนกายกระตุกสั่นไปหมด ใบหน้าขาวร้อนระอุขึ้นเรื่อยๆ เมื่อคิดได้ว่าตอนนี้ตัวเองคงนอนเปลือยกายให้นายแบบหนุ่มได้ชื่นชม จังหวะการกระทำเว้นหายไปครู่หนึ่งก่อนจะสัมผัสแผ่วเบาเมื่อผ้านวมหนาผืนใหญ่คลุมทับตั้งแต่ช่วงล่างจนมาถึงช่วงเอว เซฮุนเปิดเปลือกตาสีมุกของตนเองขึ้นอีกครั้ง ตอนนี้จงอินเองก็คงมีสภาพไม่ต่างจากเขา...



พอคิดได้แบบนั้น ใจดวงน้อยก็สั่นรัวอย่างบอกไม่ถูก ฝ่ามือเล็กประคองใบหน้าหล่อเหลาของนายแบบหนุ่มลงมาอีกครั้งเพื่อมอบจูบที่แสนอ่อนโยนให้เป็นรางวัล จังหวะเดียวกัน...ปลายนิ้วที่หยอกล้ออยู่กับช่องทางทางด้านหลังก็ทำเอากายบางกระตุกรับสัมผัสนั้นอย่างน่ารักน่าชัง เสียงครางดังยาวยามที่ปลายนิ้วแกร่งแทรกผ่านเข้ามาบดเบียดกับผนังอ่อนนุ่มทางด้านใน เสียงครางกระเส่าดังขึ้นที่ข้างใบหูสีเข้มยามที่ตัวเองขยับนิ้วหยอกล้อช่องทางนั้นอย่างจงใจ กลีบปากหนากระตุกยิ้มเมื่อได้ยินอ่อนหวานพร่ำบอกให้เขาเลิกแกล้งเสียที




หลังจากที่เตรียมความพร้อมอยู่นานพอสมควร...ความร้อนที่จ่อเข้าที่รอยจีบสีชมพูอ่อนนั้นก็ทำให้เซฮุนกระตุกกายขึ้นอย่างตกใจ ท่อนแขนขาวโอบรั้งต้นคอแกร่งเอาไว้ยามที่จงอินค่อยๆ แทรกกายเข้ามาภายใน เซฮุนพยายามผ่อนคลายให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อไม่ช่องทางนั้นตอดรัดจงอินถี่ๆ จนเขาต้องทรมาน เสียงคำรามต่ำในลำคอของจงอินทำเอาเซฮุนขนกายลุกชันยามที่ได้ยิน มันดังขึ้นที่ข้างๆ หูของเขานี่เอง...และมันเซ็กซี่อย่างบอกไม่ถูก ใช้เวลาอยู่ซักพักจงอินก็ดันกายเข้ามาข้างในจนสุดความยาว ทั้งสองหอบหายใจบนกายกันและกันอยู่อีกเพียงครู่ก่อนจะเซฮุนจะรั้งใบหน้าหล่อเหลานั่นขึ้นมามองอีกครั้ง




แววตาของจงอินแม้จะปะทุไปด้วยความต้องการ...แต่มันก็ยังคงเจือความเศร้าปะปนอยู่ในนั้น เซฮุนมองใบหน้าหล่อเหลาแล้วคลี่ยิ้มจาง ปลายนิ้วลูบไล้แผ่วเบาตรงแก้มสาก ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมตนเองถึงหลงใหลคนตรงหน้าได้ถึงขนาดนี้ ทุกการการกระทำของจงอินเหมือนมีมนต์สะกดให้เขาอยู่นิ่งเฉยและดื่มด่ำไปกับความสวยงามนั้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ แต่ถึงอย่างนั้น...ภายใต้ความสวยงามนั้นจงอินก็คงต้องซ่อนอะไรเอาไว้มากมาย ความเจ็บปวดที่แสนร้ายกาจนั่นก็เป็นเหมือนเงาที่คอยหลอกหลอนทุกฝีก้าวที่เขาเดินไปข้างหน้า แววตาคู่นั้นของจงอินดูเศร้าเหลือเกินในยามที่มองมาที่เขา



และเซฮุนเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องร้องไห้ในยามที่ได้พิจารณาดวงตาคู่นั้นใกล้ๆ มันแผดเผาเขาให้มอดไหม้ได้ในคราเดียว แต่มันก็ยังคงเป็นดวงตาคู่เดียวกันที่เรียกร้องหาความรักจากเขา เรียกร้องหาความอบอุ่น หรือใครก็ได้ที่พร้อมจะเป็นที่พึ่งพิงให้กับจงอินในเวลานี้ มันน่าหดหู่ใจอย่างบอกไม่ถูก...ปลายนิ้วแกร่งเช็ดหยดน้ำที่ไหลเปื้อนแก้มใสแผ่วเบาพร้อมกับก้มจูบลงบนเปลือกตาสีมุกนั้นด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก แต่เขารู้สึกขอบคุณเซฮุนเหลือเกินที่ทำให้เขารู้สึกดีได้มากขนาดนี้ ไม่ใช่ว่ารู้สึกดีเพราะเรื่องทีกำลังเกิดขึ้นในยามนี้...แต่มันเป็นความรู้สึกก่อนหน้านั้นที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลาที่เขาเข้ามาพักที่บ้านหลังนี้ต่างหาก




‘ ขอบคุณครับ ’




กลีบปากหนาเอื้อนเอ่ยคำพูดไร้เสียงอีกครั้ง เซฮุนพยักหน้ารับช้าๆ ก่อนจะโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาใกล้ๆ ลมหายใจร้อนรินรดกันและกันอีกครั้ง กลีบปากบางประทับจูบลงบนปลายจมูกทู่ที่เขาชอบมองและคลี่ยิ้มกับตัวเอง เขาไม่เคยชอบเลยเวลาที่เห็นจงอินเศร้ากับความคิดของตัวเอง แต่เขาก็จนปัญญาที่จะบอกทุกอย่างให้จงอินได้รับรู้ เพราะเขากลัวเกินไปหากว่าจงอินได้รู้ความจริงว่าเขารู้ความลับของเขาหมดทุกอย่างแล้วนั้นจงอินจะหนีเขาไป...




ผมรู้ว่าคุณคงมีเรื่องที่เก็บเอาไว้ในใจมานานมาก ความเจ็บปวดที่คุณเจอก็มันคงหนักมากเหมือนกันใช่ไหม...



“...”



แบ่งมันมาให้ผมบ้างได้ไหมจงอิน...อย่างน้อยเวลาที่คุณร้องไห้มันจะได้ไม่เจ็บหนักแบบนี้อีก







จงอินมองคนที่นอนอยู่ใตร่างด้วยสายตานิ่งงัน เขาไม่เคยคิดไม่เคยฝันว่าวันหนึ่งจะได้ยินประโยคนี้จากใครซักคน...คนที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่นานขอร้องให้เขาแบ่งเบาความเจ็บปวดที่แบกเอาไว้อยู่ไปให้บ้างเผื่อว่าเขาจะดีขึ้น เซฮุนคนนี้...โอเซฮุนคนนี้...



“นะครับ...ผมไม่ชอบเวลาที่เห็นคุณร้องไห้ ไม่ชอบเวลาที่คุณเสียใจแต่พูดมันอออกมาไม่ได้ ไม่ชอบเว...อื้อ”



น้ำเสียงหวานขาดห้วงไปเพราะริมฝีปากอีกคนดูดกลืนคำพูดนั้นไปไว้กับตัวเองจนหมด รสจูบเร่าร้อนเกิดขึ้นอีกครั้งเพราะคำพูดเหล่านั้นของเซฮุนได้พัดพาเอาอารมณ์ของจงอินให้โหมกระพรือ เขาไม่เคยรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองกำลังถูกรักอย่างนี้มาก่อนในชีวิตของการที่ได้อยู่คนเดียวมาโดยตลอด คิมจงอินคนนี้กำลังจะถูกรักอย่างนั้นใช่ไหม...




“จงอิน...อื้อ” เสียงหวานที่ครางชื่อเขาออกมา โอเซฮุนคนนี้กำลังรักเขาอย่างนั้นใช่ไหม...



กลีบปากผละห่างออกจากกันอีกครั้ง หน้าผากมนที่แนบชิดกันและกันส่งผ่านความรู้สึกต่างๆ มากมาย จงอินอยากมองแววตาคู่นั้นให้มั่นใจก่อนที่ตนเองจะทำอะไรลงไป แต่ผนังอุ่นร้อนที่บดเบียดแกนกายร้อนระอุของเขาในยามนี้มันก็แทบจะทำให้เขาทนความรู้สึกตนเองไม่ไหว สายตาอ้อนวอนของเซฮุนในยามที่มองมาทำให้เขาทำตัวไม่ถูก มือขาวลูบไล้สันกรามเด่นชัดของเขาอีกครั้งพร้อมกับเสียงหวานที่สั่นพร่ายามที่เอ่ยคำพูดออกมา



“แบ่งมันให้ผมเถอะนะจงอิน...อย่าเก็บเอาไว้คนเดียวเลย” หลังจากสิ้นเสียงหวาน มือที่ประคองใบหน้าหล่อเหลาก็ถูกกดลงบนเตียงนุ่มช้าๆ นิ้วทั้งสิบสอดประสานกันอย่างแผ่วเบาพร้อมกับริมฝีปากที่เริ่มต้นดูดกลืนลมหายใจของกันและกันอีกครั้งอย่างไม่เคยพอ เสียงครางดังอื้ออึงอยู่ในลำคอยามที่กายแกร่งเคลื่อนตัวช้าๆ เข้าออกจากช่องทางรักนั้น จงอินอ่อนโยนกับเขาจนใจดวงน้อยสั่นไหวไปหมด สองกายที่โอบกอดกันสร้างวิมาณแสนหวานในอากาศ เสียงร้องครางที่ดังขึ้นพร้อมกายแกร่งที่ขยับไปมาสร้างความสุขได้อย่างไม่น่าเชื่อ มือหนาที่ลากปัดไปทั่วร่างกายทำให้เซฮุนรู้สึกดีได้อย่างบอกไม่ถูก ความเร็วที่กระแทกกระทั้นเข้ามานั้นทำเอาเซฮุนหวีดร้องอย่างสุดเสียง ครางชื่อเจ้าของร่างสูงจนใจสั่นไหว และในตอนสุดท้าย...เราทั้งสองต่างก็พากันไปอยู่บนสรวงสวรรค์ที่สร้างขึ้นมาด้วยกัน



__________________



กลับไปอ่านต่อที่เด็กดี >

SF : FORGET YOU

TITLE : FORGET YOU
PARING : KAI X SEHUN
RATING : NC-17?
NOTE : HAPPY BIRTHDAY TO OHSEHUN







บรรยากาศงานเลี้ยงในโรงแรมเป็นอะไรที่คนอย่างโอเซฮุนเบื่อมากถึงมากที่สุดเลยจริงๆ หากไม่ติดว่านี่เป็นงานเลี้ยงของรุ่นพี่ที่นับถือกันเหมือนพี่น้องแท้ๆ อย่างบยอนแบคฮยอนแล้วล่ะก็ เขาไม่มีทางเหยียบที่โรงแรมแห่งนี้อีกเด็ดขาด ...ก็จะอะไรซะอีก เพราะว่าโรงแรมนี้เป็นของพี่คยองซูน่ะสิ! แต่ว่าปัญหามันไม่ได้อยู่ที่คยองซูหรอก น้องชายของรุ่นพี่ตัวเล็กคนนั้นต่างหาก! ไอ้แฟนเก่าของเขาที่เพิ่งเลิกกันไปเมื่ออาทิตย์ก่อนนี่ล่ะ!



และที่มันน่าหมั่นไส้ที่สุดคืออะไรรู้ไหม? เขาเองน่ะไม่ได้อยากจะเลิกหรอก ปากมันไวไปแค่นั้นเอง!
เขาแค่อยากจะให้คิมจงอินมาง้อ! ...แต่นี่อะไร? ผ่านไปเกือบอาทิตย์แล้ว ไอ้บ้านั่นยัง...นิ่ง!?



ใช่ซี้!! โอเซฮุนคนนี้มันอกไม่ใหญ่เท่าภูเขาไฟเหมือนยัยลูกค้าหน้าพลาสติกคนนั้นนี่ หมอนั่นถึงได้ไปหาเศษหาเลยกับพวกผู้หญิงแบบนั้น! บอกไว้เลยว่าพลาดเมื่อไหร่คือพลาด ...หมดสิทธิ์ที่จะเป็นเจ้าของในตัวเขาแล้ว เพราะฉะนั้นก็ถึงเวลาที่จะใส่คอนเวิร์ส แยกทางใครทางมัน! พูดถึงแล้วก็หมั่นไส้...ร่างบางได้แต่เดินโฉบไปโฉบมาโชว์เรียกสายตาคนทั้งงานก็เท่านั้น แน่นอนว่าคนอย่างโอเซฮุนน่ะหาคนใหม่ได้ไม่ยากหรอก แค่กระดิกนิ้วเรียกก็เท่านั้นแหละ หนุ่มๆ ก็เข้าคิวรอกันจนนับไม่หวาดไม่ไหวแล้ว เขาน่ะหน้าตาดีน้อยที่ไหน ทั้งฐานะ รูปร่าง ทุกๆ อย่างจัดได้กว่าเหนือชั้นกว่าคนอื่น คิมจงอินคงรู้สึกพลาดแล้วล่ะที่ทำเขาเสียใจขนาดนี้



“เซฮุน...” ร่างบางในสูทชุดขาวสะอาดตาทั้งชุดหันไปตามเสียงเรียกก่อนจะพบพี่ชายตัวเล็กแฟนกับรุ่นพี่ที่สนิทกันของตนเอง “ว่าไงฮะพี่คยองซู” ...ร่างเล็กกว่าแค่นยิ้มเพียงเล็กน้อยก่อนจะ ยักคิ้วหลิ่วตาบอกอะไรบางอย่างกับเขา เซฮุนขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างไม่เข้าใจที่ได้เห็นสีหน้าท่าทางเหล่านั้น แต่พอมองตามแล้วก็พบบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้เขากลอกตาไปมาอย่างเอือมระอา




“อย่าหวังว่าจะให้ผมกลับไปคุยกับน้องพี่เลยฮะพี่คยองซู ในเมื่อเขาทำให้ผมเสียใจเอง ..โอกาสที่สองที่เขาจะได้รับมันก็หมดไปแล้วฮะ” คยองซูถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนเอ่ยตอบ “คิดดูดีๆ สิเซฮุน จงอินกับเราน่ะรักกันมากๆเลยนะ ค่อยๆคุยกันดีๆก็ได้ อย่าถึงกับต้องเลิกรากันเลยน่า” พี่ชานร่างเล็กพูดอย่างอ่อนใจพลางหันไปมองคนรักที่ร่างสูงกว่าอย่างขอความเห็นใจ




“หนุ่มๆที่เข้ามาหาเรา พี่ไม่เห็นว่ามีใครไหนเหมาะกับเราไปกว่าเค้าเลยนะเซฮุน ลองคิดดูดีๆ เวลาที่ผ่านมาเราผ่านมาด้วยกันมาเท่าไหร่แล้ว จะเลิกกันเพราะเรื่องเท่านี้น่ะเหรอ เราก็รู้นิสัยของแฟนเราดีนี่” เซฮุนวางแก้วไวน์ขาวในมือทันทีที่ดื่มมันรวดเดียวจนหมดแล้วก็หันมาพูดกับพี่คริสด้วยน้ำเสียงจริงจัง ในใจแอบโมโหเล็กๆที่เพราะแท้จริงแล้วเขาไม่ได้เป็นคนผิดอะไรเลยต่างหาก ทำไมเขาต้องเป็นฝ่ายไปง้อก่อน ..เหอะ อย่าหวังซะให้ยาก




“เขาเป็นคนผิดนะฮะ เขาทำผิดขนาดนั้นแล้วยังไม่มาขอโทษผม ไม่มาง้อผมซักคำ จะให้ผมเป็นฝ่ายเริ่มไปคุยก่อนมันไม่ทำให้หมอนั่นได้ใจไปหน่อยหรือไงฮะพี่คริส” เซฮุนพูดแล้วก็จ้องมองร่างสูงอีกคนที่ยืนอยู่ที่ไกลๆ ด้วยแววตาคุกรุ่น ...ใช่ ไอ้ผู้ชายตัวสูง ผมดำขลับ แววตาแสนยั่วยวน และบอดี้ฟิกเกอร์เพอร์เฟ็คที่ใส่สูทแล้วโคตรจะดูดีคนนั้นนั่นแหละแฟนเก่าของเขา!




“แต่เขา...” ยังไม่ทันที่คยองซูจะได้เอ่ยจบ เซฮุนก็ตัดบทขึ้นก่อนอีกครั้ง “ตกลงว่าหมอนั่นจ้างพี่มาง้อผมหรือยังไง เขาหรือพี่กันแน่ที่เป็นแฟนผม?” และนั่นก็ทำให้ชายร่างเล็กหมดคำพูดที่จะสรรหามาต่อกลอนกับโอเซฮุนได้ มิหนำซ้ำรุ่นน้องที่เขารักคนนี้ยังคว้าแก้วแชมเปญแก้วใหม่มากระดกรวดเดียวต่อหน้าต่อตาเขาแบบนั้นอีก คยองซูยืนมองเซฮุนนิ่งๆ ก่อนจะเห็นว่าน้องชายของที่ยืนอยู่ที่ใกล้ๆ ก็มองมาทางนี้ด้วยเช่นกัน




“มอง...มองอยู่ได้” เซฮุนหัวเสียอย่างบอกไม่ถูก เจ้าตัวทำได้แค่เพียงวางแก้วแชมเปญนั่นแล้วก็ชูนิ้วกลางใส่คิมจงอินก็เท่านั้น อีกฝ่ายที่เห็นแบบนั้นก็อ้าปากค้างอย่างตกใจ ก่อนจะยกยิ้มหัวเราะกับตนเองในความกล้าบ้าบิ่นของคนรักโดยที่มีคยองซูคอยส่งสายตาอาฆาตกลับมาให้ ...เขากำลังช่วยอยู่แท้ๆ ไอ้น้องตัวดีนี่ก็กวนเหลือเกิน ส่วนคริสเองก็ส่ายหน้ากับการกระทำของคนเป็นน้องด้วยอาการหน่ายๆ





.





.





.







โอเซฮุนบอกว่าอยากกลับบ้าน ...แต่พี่คยองซูก็ขะยั้นขะยอให้เขานอนพักที่โรงแรมที่นี่เพราะจะฉลองวันเกิดให้ แล้วมันมีอย่างที่ไหนต้องมานั่งโดดเดี่ยวเดียวดายในห้องโรงแรมทั้งที่วันนี้เป็นวันเกิดของเขาเองน่ะ!! ...มันต้องเป็นไนท์คลับหรือไม่ก็ผับหรูๆ สิ! ไม่ใช่แบบนี้ซะหน่อยที่โอเซฮุนต้องการ! เลิกกับแฟนก่อนหน้าวันเกิดมันเป็นอะไรที่โคตรจะแย่สุดๆแล้วก็จริง แต่นี่อะไร...ทำไมบนโลกนี้ทำให้เซฮุนหัวเสียไปหมดซะทุกอย่างแบบนี้ฮะ!!




ก๊อก ก๊อก ก๊อก




ไม่ว่าจะใครก็ตามที่โผล่มาตอนนี้จะด่าเข้าให้





แอ๊ด...





“รูมเซอร์วิสครับ...”




ร่างบางเลิกคิ้วข้างหนึ่งอย่างงงๆก่อนจะเปิดประตูอ้าซ่าให้รูมเซอร์วิสเข็นรถเข็นนั้นเข้ามาในห้อง ริมฝีปากบางกำลังจะเอื้อนเอ่ยถามแต่พนักงานก็แทรกตอบขึ้นก่อนพอดี “มีคนสั่งให้เอามาส่งที่ห้องนี้ครับ” พูดแค่นั้นแล้วก็เดินออกไปเงียบๆ หลังจากที่รูมเซอร์วิสทิ้งระเบิดตู้มใหญ่ลงกลางห้องแล้วร่างบางก็เดินเข้าไปพิจารณาอาหารหลากหลายชนิดที่วางอยู่บนรถเข็น




ที่น่าแปลกใจคือ ...ทั้งหมดนั่นคือของโปรดของเขาทั้งนั้น



เซฮุนมีเวลาแปลกใจเพียงเล็กน้อยก่อนจะมองหาการ์ดใบเล็กหรือไม่ก็อะไรซักอย่างที่บ่งบอกว่าใครเป็นคนส่งมาให้ แต่ทว่า ...มันก็ไม่มี เซฮุนไหวไหล่ก่อนจะเปิดฝาสีเงินหนักๆ ที่ครอบจานอะไรซักอย่างอยู่ออกแล้วก็ต้องตะลึงงันกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า ...ช็อคโกแลตฟัดจ์ก้อนโตวางตระหง่านอยู่บนถาดนั่น




อาหารทั้งหมดมีเพียงคนสนิทเขาเท่านั้นที่รู้ ...แต่เจ้าช็อคโกแลตฟัดจ์นี่ มีอยู่คนเดียวที่รู้





ก๊อก ก๊อก ก๊อก






แอ๊ด . . .










ไงที่รัก...









น้ำเสียงแผ่วเบาของใครบางคนดังขึ้นหลังจากที่เซฮุนเห็นเต็มๆตาว่าคนตรงหน้าคือใคร เจ้าของรอยยิ้มบาดจิตกระชากใจ กับหุ่นเนื้อแน่นภายใต้เสื้อเชิ๊ดสีขาวนั่นกำลังให้ทำให้เซฮุนใจสั่นจนยากจะควบคุม มีอยู่คนเดียวที่ทำให้เขาเป็นบ้าได้ถึงขนาดนี้ แค่คนเดียวเท่านั้นบนโลก




คิมจงอิน




ไอ้แฟนเก่าตัวดี หุ่นแซ่บคนนี้นี่แหละ!




“ไม่ให้เข้า!” เซฮุนพยายามผลักประตูปิด แต่ทว่าก็ไม่สามารถสู้แรงของร่างกายที่กำยำกว่าเขาหลายเท่าได้ จงอินพยายามดันออกและแทรกตัวเข้ามาในห้องก่อนจะล็อคประตูลงกลอนอย่างแน่นหนา ...เขารู้ว่าเซฮุนอยู่ห้องนี้ เพราะพี่ของเขา..คยองซูเองก็บอกเอาไว้ แล้วอีกอย่างคือเขาเองก็พักอยู่ห้องข้างๆนี่เองนั่นแหละ ว่าจะมาง้อแฟนคนดีคนนี้ซักหน่อย เห็นว่างอนอยู่ซะนาน...วันเกิดเจ้าตัวนี่แหละ วันดีเลยทีเดียวล่ะ



“ออกไปเดี๋ยวนี้นะ!”



“โธ่ ที่รัก พูดจาไม่น่าฟังเลยนะ”



“ใครที่รักนาย ออกไปจากห้องฉัน!!”



ไม่พูดเพียงธรรมดา หมอนอิงใบเล็กก็ลอยเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว โชคดีที่จงอินสามารถรับเอาไว้ได้ทัน ร่างสูงหัวเราะในลำคอเพียงนิด ..อายุอานามเขากับเซฮุนก็ไม่ใช่เด็กๆกันแล้ว ติดแต่เจ้าชีวิตหุ่นบางคนดีของเขายังคงมีนิสัยเป็นเด็กๆวัยรุ่นอยู่แบบนี้นี่แหละ ทำเอาเขาต้องส่ายหน้าอยู่บ่อยๆ แต่ถ้าหากถามว่าจงอินรักเซฮุนมากไหม ..ลองนับเม็ดทรายบนชายหาดดูสิ



“ที่รัก..”



“เราเลิกกันแล้ว ออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้นะ!!” พูดจบแล้วหมองอินใบเขืองก็ลอยตามมาอีกครั้ง จงอินเองก็เผลอกระพริบตาก็โดนเจ้าหมอนนุ่มนิ่มนั่นกระแทกหน้าเข้าเต็มๆ ได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักจากใครอีกคนแล้วเจ้าตัวก็เริ่มจะมีน้ำโหบางแล้วเหมือนกัน เขาตั้งใจจะมาง้อ ตั้งใจจะมาอธิบาย แต่ติดที่เซฮุนคงไม่ยอมฟังอะไรง่ายๆแน่นอนถ้าเจ้าตัวยังเอาแต่สรรหาของมาเขวี้ยงใส่เขาอยู่แบบนี้



“เซฮุนนา”



“ฉันเกลียดเสียงนาย!”



โอ เซ ฮุน !! เลิกทำตัวเป็นเด็กแล้วฟังกันก่อนได้มั้ย!!



ร่างบางที่กำลังสรรหาของที่เขวี้ยงชิ้นต่อไปถึงกับต้องชะงักก่อนจะหันมายืนกอดอกถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่หลังจากได้ยินสุรเสียงอันทรงพลังนั่น สีหน้าแววตายั่วยวนปนโมโหร้ายแสดงออกอย่างชัดเจนให้ร่างสูงที่ยืนอยู่ไม่ไกลได้รับรู้ว่าตอนนี้ตนเองกำลังไม่พอใจอย่างยิ่ง น้ำโหพุ่งสูงขึ้นจนฉุดไม่อยู่เมื่อเห็นรอยยิ้มมุมปากที่แสนร้ายกาจของจงอิน



“วันนี้ไม่ไปคั่วยัยลูกค้าหน้าพลาสติกนมบิ๊กบึ้มคนนั้นหรือไง” โอเซฮุนเอ่ยถามอย่างท้าทาย



“ฮะๆ ...นายหึงหรือไงที่รัก?”



“พูดมาก! ออกไปจากห้องฉันเลยไป” เอ่ยจบแล้วก็เขวี้ยงตุ๊กตาพลาสติกที่วางประดับห้องอยู่ใส่จงอินจนเฉียดใบหน้าหล่อเหลาไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร จงอินแทบจะอ้าปากด้วยความตกใจที่หลบได้ทันอย่างหวุดหวิด เจ้าของผิวกายสีแทนสุดเซกซี่หันมามองคนรักที่ยกยิ้มอย่างพึงพอใจอยู่แบบนั้นก่อนจะพยักหน้าอย่างรับรู้



จะเล่นแบบนี้ใช่ไหม ...โอเซฮุน



สายตาคมกับสายตาอีกคู่หนึ่งมองปราดไปยังประตูห้องนอนพร้อมกัน แต่ก่อนที่เซฮุนจะวิ่งหนีเข้าห้องได้ทัน กายสูงใหญ่ก็วิ่งไปขวางเอาไว้ก่อนจนร่างบางเซชนเข้ากับอกแกร่งอย่างไม่ทันระวัง “อ๊ะ!!” ยังไม่ทันที่จะได้วิ่งหนีออกไปให้ห่างจากกายสูงของอีกคน ท่อนมือแข็งแรงทังสองก็รวบเอาเอวบางไว้ในอาณัติได้อย่างทันท่วงที



“ปล่อยฉันนะ!!” ยิ่งสั่งให้ปล่อยเท่าไหร่ คิมจงอินก็มีแต่จะกอดรัดเจ้าของดวงใจตนเองให้หนักยิ่งขึ้น



“คุยกันก่อนสิ”



“ไม่คุยอะไรทั้งนั้น!!!” รวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายดีดดิ้นจนกระทั่งจงอินไม่สามารถควบคุมตนเองเอาไว้ได้ก่อนจะคว้าหมอนใบเล็กที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาแล้วฟาดลงไปยังกายกำยำด้วยความหมั่นไส้ปนหมั่นเขี้ยวอย่างถึงที่สุด เสียงทุ้มต่ำหัวเราะดังหึหึๆในลำคอก่อนจะยกมือป้องกันตัวเองเอาไว้ทั้งที่เจ้าหมอนนิ่มนี่ก็ไม่ได้ทำร้ายร่างกายอะไรเขามากมาย ..ไม่รู้สึกเจ็บอะไรด้วยซ้ำ แต่ก็ยอมให้เซฮุนทำแบบนี้เผื่อว่าเจ้าตัวนุ่มนิ่มของเขาจะอารมณ์ดีขึ้นมาบ้างหลังจากที่เขาไม่ได้มาง้อเสียนานหลังจากทะเลาะกันครั้งใหญ่ครั้งนั้น



เพราะจงอินรอ...รอจนกระทั่งวันเกิดของเซฮุน เขาจะได้มาง้อได้อย่างถึงใจเลยล่ะ



“ใช่สิ! ฉันมันไม่ได้นมใหญ่เหมือนยัยนั่นนิ นายเล่นไม่สนใจ”



“ไม่ใช่อย่างนั้นน่า...” จงอินพูดอย่างหน่ายๆ ก่อนจะคว้าหมอนใบเล็กนั่นเอาไว้



“แล้วจะอะไรอีก! เห็นทั้งบีบทั้งเค้นขนาดนั้น ไอ้บ้า! ฉันต้องไปทำนมด้วยมั้ยนายถึงจะพอใจ!!” เซฮุนตะโกนสุดเสียงก่อนจะปล่อยหมอนใบนั้นออกจากมือแล้วเดินปึงปังไปอีกทาง อย่าคิดว่าเขาจะหยุดโมโห หยุดโกรธได้ง่ายๆ ..ร่างบางเดินมองหาอะไรซักอย่างที่เหมาะกับมือเพื่อที่จะขว้างใส่จงอินอีกครั้ง แต่สายตาหวานซ่อนแววร้ายกลับหยุดอยู่ที่ช็อคโกแลตฟัดจ์ก้อนโตรตรงหน้า



“ชอบใช่มั้ย ฉันสั่งมาให้นายโดยเฉพาะเลยนะ” จงอินเอ่ยเอื่อยก่อนจะเดินมาซ้อนข้างหลังนิ่งๆ มือแกร่งลูบไล้บนสะโพกนิ่มของคนตรงหน้าอย่างยั่วยวนก่อนจะใช้ริมฝีปากร้อนคงตนเองจูบประทับไปยังซอกคอหอมกรุ่นอย่างคิดถึงและโหยหา



“ฝีมือนายใช่มั้ย”



“ที่รัก..”



หึ ....อย่าคิดว่าฉันจะยอมง่ายๆ












เผละ !!





“สมน้ำหน้า...ฮ่าๆๆๆ!!” เซฮุนหัวเราะอย่างผู้มีชัยก่อนจะเดินเบี่ยงตัวออกมาจากอ้อมกอดแกร่งนั้นที่ตอนเจ้าของร่างสูงที่ยืนซ้อนข้างหลังเขากำลังจะยืนนิ่งเป็นหิน ใบหน้าหล่อเหล่าแปดเปื้อนไปด้วยเนื้อครีมสีช็อคโกแลตจนไม่สามารถมลืมตาขึ้นมามองได้ ..เสียงหัวเราะยาวนานเกือบนาทีก่อนจงอินจะค่อยๆ ใช้มืดปาดเอาเค้กที่เลอะบนใบหน้าออกย่างช้าๆ



“อร่อยใช่มั้ย?”



“แสบนักนะโอเซฮุน”



“สมน้ำหน้า” โอเซฮุนเดินทอดน่องไปรอบๆ ห้องปล่อยให้ใครอีกคนตีวเปื้อนเค้กยืนเช็ดหน้าเช็ดตาอยู่แบบนั้น แต่ก่อนที่เซฮุนจะได้เดินไปไกลกว่านี้ เขาก็รู้สึกถึงแรงกอดรัดฟัดเหวี่ยงจากทางด้านหลังก่อนที่จะ



เผละ!




รสชาติของช็อคโกแลตแทรกเข้าไปถึงในโพรงปากของเขาเดียวทีเดียว ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าแรงมหาศาลที่จงอินใช้โปะช็อคโกแลตฟัดจ์นั้นจะมากเท่าไหร่ ร่างบางหันขวับไปก่อนจะได้ยินเสียงหัวเราะของจงอินที่ดังขึ้น ก่อนจะผลักร่างสูงออกไปให้ห่างแล้วเตรียมตัวโวยวายในทันที



“ฉันเกลียดนาย! ออกไปยัยยักนมยักษ์นั่นเลยไป!!”



“นมยักษ์ก็สู้นมแฟ่บแบบนายไม่ได้นี่”



“ไอ้คิมจงอิน!!” แหกปากเสร็จก็คว้าหมอนมามาฟาดอีกตามเคย ...ฟาดอย่างรุนแรงโดยไม่ที่ไม่ได้สนใจเลยซักนิดว่าจงอินจะเจ็บหรือเปล่า ร่างสูงพยายามยื้อยุดฉุดกันอยู่ซักครู่จนเซฮุนหมดทางสู้ ปล่อยเจ้าหมอนนั่นแล้วทำทางจะวิ่งหนี จงอินเองก็วิ่งตามไปอย่างไม่ลดละ สายตาทั้งสองคู่ที่ฟาดฟันกันอยู่หลังโซฟาตรงข้ามกันบ่งบอกถึงอารมณ์บางอย่างอย่างเต็มที่ ...อีกคนน่ะกำลังโมโหอย่างถีงขีดสุด ส่วนอีกคนน่ะ ...สนุกสุดๆ




“เลิกกันแล้วมายุ่งกับฉันทำไม!”



“โธ่ที่รัก ใครจะรักนายกว่าฉันน่ะไม่มีแล้ว”



“บอกให้ออกไป!!” คว้าตุ๊กตาตัวเล็กเหมาะมือมาได้ก็เขวี้ยงใส่อย่างไม่สนใจว่ามันจะแตกหักหรือจะโดนจงอินหรือเปล่า เขาเพียงแค่ไม่อยากให้จงอินมากวนประสาทเขาตอนนี้ เขากำลังโมโห แทนที่จะมาขอโทษแบบเหมือนในหนังที่คุกเข่าแล้วบอกว่าผมผิดไปแล้วอะไรเทือกนั้น แต่ทำไมไอ้บ้านี่ไม่เข้าใจอะไรเลย!!



“ออกไปจากชีวิตฉันซะ!!”



“ที่รัก...ไม่เอาน่า ผมผิดไปแล้วจริงๆ”



“เหอะ!! นายหายไปเป็นอาทิตย์นะ ไอ้งั่ง!!” จงอินหัวเราะอย่างชอบอกชอบใจหลังจากที่ได้ยินเซฮุนต่อว่าตัวเองแบบนั้น ...ไอ้งั่ง อย่างนั้นเหรอ ร่างสูงพยายามเดินเข้าไปหาแต่ทว่ายิ่งเดินเข้าไปใกล้มากเท่าไหร่เซฮุนก็ยิ่งเดินหนีเขาไปอีกด้าน เป็นอย่างนี้กันอยู่นานสองนาน พร้อมกับข้าวของที่เซฮุนสรรหามาปาใส่เขา ทั้งตุ๊กตาเครื่องประดับ หนังสือเล่มหนาๆ อะไรๆอีกหลายอย่างที่คนรักของเขาคว้าติดมือมาได้ก็มาเขวี้ยงใส่จงอิน



“พอได้แล้วน่า ห้องเละหมดแล้ว” จงอินเอ่ยปรามหลังจากที่วิ่งหลบจนเหนื่อย แววตาหวานสอดส่ายหาข้าวของจนลืมสังเกตไปว่าใครอีกคนได้เข้ามาประชิดตัวและ “เฮ้ยยย!!” ร่างบางลอยหวือขึ้นนั่งบนโต๊ะวางของที่ชิดกับริมกำแพง ในมือร่างบางคว้ารูปปั้นอันเล็กติดมือมาได้แต่ทว่าท่าทางตอนนี้ ...มันไม่ได้เอื้อยอำนวยให้เขาทำอะไรคิมจงอินได้เลยจริงๆ



กายกำยำที่แทรกกายอยู่หว่างขานั่นไม่มีท่าทีสะทกเสทือนอะไรเลยแม้แต่นิด ไม่ว่าโอเซฮุนจะดิ้นยังไงก็ตามที ข้อมือบางทั้งสองข้างถูกตรึงไว้กำแพงทางด้านหลัง รอยเปรอะเปื้อนจากช็อคโกแลตเริ่มขยายเป็นวงกว้างจากการดีดดิ้นของโอเซฮุนในอาณัติของคนที่พลกำลังเยอะกว่าแบบนี้



“ปล่อยฉันนะ!!” ยิ่งตะโกนร้องมากเท่าไหร่ จงอินก็ทำได้เพียงแค่ยกยิ้มและใช้ปลายจมูกคลอเคลียกับคนที่คอยจะเบี่ยงหนีไปก็เท่านั้น ...หัวใจของโอเซฮุนกำลังเต้นแรงเหลือเกิน ด้วยความที่อยู่กันมานานจนรู้นิสัยตื้นลึกหนาบางกันหมดแล้ว และที่เซฮุนรำคาญตัวเองอยู่ตลอดเวลาก็คือ ...เขามักจะแพ้ผู้ชายที่ชื่อคิมจงอินอยู่ทุกครั้ง



“อุตส่าห์มาฉลองวันเกิดด้วย ดูสิ เค้กพังหมดแล้วน่ะ” กระซิบเสียงแหบพร่าที่ข้างหูคนตัวบางแผ่วเบาก่อนจะใช้ปลายลิ้นไล้เลียไปมาตามคราบช็อคโกแลตที่ติดอยู่ลามมายังซอกคอขาวน่าหลงใหล ริมฝีปากร้อนดูดดึงคอขาวของคนที่ดิ้นเป็นพัลวันอยู่แบบนั้นจนกระทั่งต้องผละออกมาเมื่อเซฮุนดิ้นแรงเกินกว่าเขาจะทน



“ไปหาเมียน้อยนู่นไป!”



“ฉันไม่เคยมีอะไรกับเขา”



“ไม่เชื่อ! ทั้งจับ ทั้งบีบ ทั้งเค้นขนาดนั้น ฉันไม่เชื่อ!!”



“...ฉันเห็นหน้านายซ้อนทับอยู่นะโอเซฮุน!”



สิ้นสุรเสียงอันทรงพลังที่ตะโกนพูด เซฮุนก็หยุดชะงักลงในทันที สายตาคมของทั้งคู่จ้องมองกันอย่างไม่ลดละ ..เพียงแต่ว่าคราวนี้มันต่างออกไป สายตาของใครอีกคนดูอ่อนลงหลังจากคำพูดนั้น ข้อมือบางที่ถูกจับยึดถูกปล่อยให้เป็นอิสระกลับกลายเป็นว่ามือแกร่งคู่นั้นดันบั้นท้ายสวยงามของใครอีกคนจากทางด้านหลังให้เข้ามาแนบชิดกับตัวเองที่ด้านหน้ามาขึ้น



“ที่รัก ...ขอโทษได้ไหม”



"…”



“รู้ว่าผิด เลยมาง้อแล้วนี่ไง” จงอินไม่พูดเปล่า หยิบเอาอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากางเกงสีดำเนื้อดีก่อนเซฮุนจะรู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ความเย็นของมันกระทบเข้ากับลำคอระหงของตนเอง จี้เพชรรูปหิมะเส้นเล็กประดับอยู่บนนั้น ก่อนที่จงอินจะอดใจไม่ไหวหอมแก้มที่เปื้อนช็อคโกแลตนั่นไปด้วยความคิดถึง



“แล้วหายหัวไปไหนมาเป็นอาทิตย์”



“ไปทำงาน อยากจะมาหานายจนแทบบ้า เพิ่งว่างก็วันนี้แหละ มาง้อนี่ไง ขอโทษนะ ขอโทษนะครับ”



“ฉันลืมนายไปแล้วนะ ลืมไปแล้ว” ร่างบางเอ่ยพลางเชิดหน้าหนีไปทางอื่นซึ่งก็เท่ากับว่าเปิดทางให้จงอินขโมยชิมความหวานของซอกคอขาวๆ นั่นอีกครั้งหนึ่ง เสียงครางอื้ออึงพร้อมมือเล็กที่คอยผลักดันอกแกร่งให้ออกห่างจากตัว แต่ทว่ายิ่งผลักเท่าไหร่เรี่ยวแรงก็ยิ่งหดหายลงเมื่อจงอินไม่ได้หยุดแค่ซอกขาวๆ นั่นเท่านั้น ..ไม่ว่าคราบช็อคโกแลตนั่นเปรอะเปื้อนไปที่ส่วนใดของโอเซฮุน คิมจงอินคนนี้ก็ตามทำความสะอาดด้วยปลายลิ้นจนสะอาดหมดจด



“ปล่อย ..ปล่อยเลยนะ” ร่างบางเอ่ยท้วงด้วยน้ำเสียงเผ่าเบาก่อนจะมองตาคมของอีกคนเงียบๆ ดวงหน้าคมหล่อที่เขาหลงใหล ...เส้นผมสีดำขลับที่เขาชอบเล่นมันบ่อยๆ จนบางครั้งก็เผลอขยุ้มมันอย่างรุนแรงตอนที่มีอะไรกัน ริมฝีปากหนาคู่ที่ประกบจูบเขาอยู่ทุกวันเหมือนอาบยาเสพติดอะไรเอาไว้ทำให้เขาเสพติดมันอย่างรุนแรง ขาดแทบไม่ได้ ..ขาดแล้วเหมือนจะขาดใจ



“กลับไปหายัยนั่นเลยไป!” อีกครั้งที่วกกลับมาพูดเรื่องเดิมๆ “เซฮุนนา...”



สายตาทั้งสองสอดประสานกันอีกครั้ง ไม่มีใครพูดอะไรมาออกมามีแต่สายตาทำที่งานของมันเงียบๆ อยู่แบบนี้ ...เซฮุนหวั่นไหว แม้ว่ารู้ว่าจงอินจะไม่คิดอะไรกับคนอื่นแต่เขาก็อดหวงไม่ได้ อยากได้ไว้คนเดียวนี่นา อยากให้ทำแบบนั้นกับตัวเองคนเดียว ไม่ได้อยากแบ่งใคร แต่เขาเองก็เข้าใจว่าจงอินไม่ใช่พระอิฐพระปูน เห็นผู้หญิงหุ่นเอ็กซ์เซ็กโบ้มขนาดนั้นมายั่วยวนอยู่ตรงหน้า ถ้าไม่รู้สึกอะไรก็ตายด้านแล้วล่ะมั้ง...



“ที่หลังจะทำแบบนี้อีกไหม” เป็นร่างบางที่เอ่ยปากถามก่อน



“ไม่ทำแล้วครับ”



“สาบาน?”



“สาบาน”



สิ้นสุดเสียงสุดท้ายที่จงอินเอ่ยปากพูดออกไป ริมฝีปากหนาก็โดนครอบครองโดยใครอีกคนที่นั่งเกี่ยวรั้งเอวแกร่งของตนเองเอาไว้ทันที ..โหยหาเหลือกับริมฝีปากคู่นี้ จงอินเองที่เมื่อโดนขโมยจูบก็ไม่รอช้า ตอบสนองโดยการเกี่ยวพันลิ้นเล็กนั่นอย่างสนุกสนานทันที มันไม่ใช่จูบที่แสนอ่อนโยนใดๆ แต่กลับกลายเป็นจูบที่เจ็บไปด้วยแรงอารมณ์และแรงอารมณ์อย่างมากที่สุด



มือเล็กไล้ลงมายังสาปเสื้อเชิ๊ตที่เปรอะเปื้อนคราบช็อคโกแลตก่อนจะรีบปลดกระดุมออกอย่างทุลักทุเล ...แต่พอปลดเมื่อไหร่ก็ไม่ได้ซักทีเซฮุนก็ถอนจูบออกมาอย่างขัดใจก่อนจะกระชากเสื้อราคาแพงนั่นออกจากกันด้วยสีหน้านิ่วคิ้วขมวดก่อนจะไปประกบจูบริมฝีปากหนาแสนรักนั่นอีกครั้ง



“อื้ม...” ไฟราคะที่โหมกระหน่ำคนทั้งคู่มีแต่จะเพิ่มแรงความต้องการให้สูงขึ้นไปอีก มือซนของจงอินเลื่อนลงไปปลดกระดุมกางเกงของร่างบางที่อยู่ตรงหน้าก่อนเจ้าของมันจะให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีโดยการยกสะโพกมนขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้เขาได้ดึงกางเกงที่ขวางทางความสุขนั่นออกอย่างรวดเร็ว ...เสียงจูบอันจาบจ้วงหยาบโลนที่สุดและเร่าร้อนที่สุดเท่าที่เคยมีมา



ริมฝีปากหนาร้อนลากไล้ไปตามซอกคอ ดูดดึงจนขึ้นรอยสีอ่อนโดยที่เจ้าของมันทำได้เพียงแค่ขยุ้มผมสีดำสนิทนั่นเพื่อระบายอารมณ์ก็เท่านั้น เสียงครางหอบหายใจดังขึ้นอย่างต่อเนื่องเพราะการกระทำอันเร่าร้อนของใครอีกคน ขาเรียวที่เกี้ยวกระหวัดเอวแกร่งนั่นเอาไว้ถูไถไปมาอย่างฉุดอารมณ์ไม่อยู่ ก่อนเสื้อเชิ๊ตสีขาวเนื้อดีจะหลุดลุ่ยออกเพราะใครอีกคนที่กระชากมันออกอย่างไม่ใยดี



“ตรงนี้เลยนะ”



“อื้อ ..ตรงนี้เลย” เอ่ยบอกพร้อมลูบไล้ไปยังส่วนกลางลำตัวของใครอีกคนที่เริ่มแข็งขืนขึ้นผ่านกางเกงสีดำสนิทนั่น เสียงครางต่ำในลำคอของจงอินดังขึ้นแต่ว่าปลายจมูกและริมฝีปากร้อนนั่นก็ยังคงทำหน้าที่ของมันต่อไปอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง มือขาวซีดสั่นจนยากจะควบคุมแต่ก็ยังพยายามที่จะปลดตะขอกางเกงนั่นออกจากกันและใช้เท้าช่วยรนมันลงไปกองกับพื้นโดยที่เจ้าของมันก็เตะออกไปอย่างรวดเร็วอย่างไม่สนใจ



“ไม่ไหวแล้วที่รัก...”



“ฉันต้องการ...ไอ้...จนจะบ้าอยู่แล้ว!”



“รอหน่อยสิคนดี”



มือหนารนชั้นในสีสวยออกจากกายบางแล้วเหวี่ยงมันลงไปอย่างไม่ชายตาแล ทันทีที่บั้นท้ายงอนงามสัมผัสกับความเย็นเซฮุนก็หดเกร็งตัวเองอย่างไม่ทันใดตั้งตัว ทั้งขาและมือโอบรัดกายแกร่งของใครอีกคนเอาไว้แน่น ...เท่ากับว่าตอนนี้ทั้งสองก็เปลือยเปล่ากันเกือบจะหมดอยู่แล้ว ยกเว้นจงอินที่ยังมีเจ้าชั้นในสีเข้มนั่นอยู่เป็นปราการด่านสุดท้าย



“ช่วยหน่อยสิ...” เอ่ยเสร็จก็ตามไปประกบริมฝีปากบางอีกครั้ง ทว่ามือซนกับพามือของใครอีกคนให้ล้วงเข้าไปยังชั้นในนั้น เซฮุนสะดุ้งเล็กน้อยกับสัมผัสที่ตนเองได้รับ ก่อนจะปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามความต้องการของตนเองโดยลืมเสียสนิทว่าตนเองโกรธเขาอยู่ ..มือเล็กทำหน้าที่ของมันได้เป็นอย่างที่ ลูบไล้สลับบีบขย้ำเน้นๆ ตามความต้องการของตนเองโดยที่ทำให้ใครอีกคนที่ยืนอยู่ขาสั่นแทบไร้เรี่ยวแรง ...กลับกลายเป็นว่าเป็นจงอินเองที่ทนไม่ไหว ผละกายออกแล้วรีบถอดไอ้ปราการด่านสุดท้ายนั่นออกด้วยตนเองก่อนจะคว้าข้อเท้าของใครอีกคนรั้งขึ้นแล้วแยกมันออกอย่างรวดเร็ว



“อ๊ะ!”



สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าทำเอาจงอินใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ...ร่างบางผิวขาวจัดปล่อยตัวให้พิงกับกำแพงอย่างหมดแรง เปลือกตาหลับสนิท ริมฝีปากบางเชิดขมุบขมิบอะไรบางอย่างที่จงอินฟังไม่ได้ศัพท์ ...แต่สิ่งที่จงอินแทบจะหยุดหายใจตอนเห็นคือ เซฮุนกำลังช่วยตัวเอง...ต่อหน้าเขา



“อื้อ...จงอิน”



“ที่รัก ...รอกันก่อนสิ” จงอินยอมเป็นคนใจร้าย ดึงมือเล็กนั่นออกจากแกนกายของเจ้าตัวเองแล้วแทนที่ด้วยมือของตนเอง เล่นเอาเซฮุนสะดุ้งเฮือกขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ มือแกร่งขยับเพียงเล็กน้อยก่อนจะส่งนิ้วไปทำความคุ้นเคยกับช่องทางสีชมพูที่เขาแสนรักและหวงแหน เสียงครางอย่างเจ็บปวดลากยาวเมื่อจงอินส่งนิ้วเข้ามาพร้อมกันทีเดียวสองนิ้วจนเซฮุนแทบจะรับไม่ไหว มือเล็กฟาดบ่าแกร่งอย่างระบายความเจ็บปวด แต่ตนเองก็ช่วยขยับหาท่าทางที่ทำให้ตัวเองรู้สึกเจ็บเสียดน้อยที่สุด



“เด็กดี..” เอ่ยแค่นั้นก่อนเริ่มขยับนิ้วอย่างช้าๆ แต่คนที่ดิ้นบิดอยู่นี่กำลังจะเป็นจะตายให้ได้ เพราะปลายนิ้วที่สะกิดจุดกระสันบางอย่างภายในทำให้โอเซฮุนต้องระเบิดตัวเองแทบในตอนนั้น ยิ่งนิ้วนั่นขยับอย่างรวดเร็วแล้วยิ่งพาอารมณ์ของตัวกะกายขึ้นสู่จุดสูงสุดอย่างรวดเร็ว ...แต่ทว่าสวรรค์ของโอเซฮุนก็ต้องล่ม เมื่อจงอินดึงนิ้วแกร่งนั่นออกและ



“อ้า..เจ็บ เจ็บ!” เซฮุนหวีดร้องขึ้นมาทันทีหลังจากที่จงอินทดแทนนิ้วของตนเองด้วยสิ่งอื่นที่อุ่นร้อนและใหญ่กว่าจนทำให้เซฮุนแทบจะเป็นบ้า ...แกนกายร้อนแทรกผ่านช่องทางรักนั่นเข้ามาทีละนิดๆ ก่อนจะดันเข้ามาอย่างรวดเร็วจนสุดความยาวในทีเดียว เล่นเอาเซฮุนแทบจุกจนต้องหวีดร้องออกมา



“พูดออกมาสิที่รัก...พูดออกมาว่านายลืมฉันได้”



“...ฮึก อ้า!”



“ฉันมีเวลาฟังทั้งคืนเลยล่ะ”



“อ้า!!!”



เสียงหวีดร้องของเซฮุนดังขึ้นพร้อมๆ กับสะโพกสอบที่กระแทกกายกระแทกกระทั้นเข้ามาอย่างไม่ออมแรง ...เพราะความต้องการที่ไม่ได้แม้แต่จะแตะต้องกายบางนี้เกือบหนึ่งอาทิตย์ เพราะแรงรักที่ห่างหายจากกันไปหลายต่อวัน ทำให้เขาทั้งคู่กับรู้สึกว่าบทรักครั้งนี้ ...มันดูน่าจดจำกว่าครั้งไหนๆ และที่สำคัญ มันคือวันเกิดของโอเซฮุน ที่รักหนึ่งเดียวของคิมจงอิน ...



“ช้าๆ เจ็บ ..อ้า”



“หยุดไม่ได้แล้วที่รัก”



“อ้า จงอิน!!”



เซฮุนร้องครวญครางอย่างไม่เป็นภาษาเมื่อจังหวะกระแทกกายนั้นไม่ได้ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายเลยซีกนิด ตรงกันข้ามมันกลับทำให้เขารู้กระหายอยากมาขึ้นกว่าเดิมอีกครั้ง ...ริมฝีปากบางกระซิบเสียงพร่าข้างหูว่าให้แรงอีก แรงอีก จนจงอินไม่สามารถควบคุมพลกำลังของตัวเองเอาไว้อยู่ ท่อนแขนแกร่งช้อนข้อพับขายาวของใครอีกคน ก่อนจะเร่งเครื่องซอยสะโพกอย่างสุดกำลังที่มีจนกระทั่ง...



“ฮ้า...”


สวรรค์สีขาวโพลนอยู่ตรงหน้า มีพวกเขานอนอยู่ด้วยกันบนเตียงที่เต็มไปด้วยขนนก ..เบาสบายและแสนมีความสุข ...มีความสุขเหลือเกิน “สุขสันต์เกิดนะที่รัก ...ขอต่ออีกรอบในห้องได้มั้ย”



ถามโดยที่ไม่รอเจ้าของวันเกิดเลยซักนิด กายบางของโอเซฮุนก็ลอยหวือไปอยู่ในอ้อมกอดของจงอินเสียแล้ว ...ประตูห้องสีขาวปิดลงซึ่งในเวลาต่อมาก็เกิดเสียงครางหวานอยู่ในนั้น เกือบทั้งคืน …



เซฮุนมีเวลาที่จะพูดว่าเขาลืมจงอินไปแล้วเกือบทั้งคืนเลยล่ะ



แต่อันที่จริงแล้ว ...


I CAN’T REMEMBER TO FORGET YOU



เขาลืมไปเสียสนิทว่าเขาต้องลืมจงอินให้ได้








end.









HBD TO OHSEHUN
ไม่ว่าจะวันเกิดใคร เทศกาลไหน พี่ก็จับเราภวายให้จงอินอยู่ดี
รักนะแมวน้อย .


มีเก็บตกต่อและรบกวานกลับไปคอมเม้นท์ที่เด็กดีให้ด้วยนะคะ จิ้ม!

SF : UNDER YOUR SPELL

Title : UNDER YOUR SPELL
Pairing : JONGIN X SEHUN
Rating : NC-17
Summary : the sweetest valentine of mine . .


HASHTAGS ; #KHSPELL




.


.


.





1 กุมภาพันธ์
เวลา 22.37 น.





โอเซฮุนได้แต่กลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอก่อนจะมองไปรอบๆ ตัว ผู้คนส่วนใหญ่ต่างก็ดูดีมีฐานะและแต่งตัวราวกับหลุดออกมาจากแม็กกาซีนหรู พอย้อนมองการแต่งตัวของตัวเองก็รู้ได้ว่าขัดกับสถานที่แห่งนี้เหลือเกิน ชายมากหน้าหลายตาเดินผ่านแล้วก็มองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าจนเขาเองก็รู้สึกประหม่าและหวาดกลัวอยู่นิดๆ เลยขอเดินหนีไปนั่งที่เคาท์เตอร์บาร์แทนดีกว่าจะยืนให้เป็นเป้าสายตาชาวบ้านเขานานๆ


BLACK ROSE



ร่างบางเงยหน้าอ่านชื่อร้านที่เขาเสิร์ชหาดูในอินเตอร์เนท เห็นบอกว่าถ้าใครได้มาแล้วจะติดใจและมีความสุขติดไม้ติดมือกลับไปที่บ้านแน่นอนและสถานที่ที่ว่านั่นก็คือโฮสต์คลับ . . แหล่งรวมหนุ่มหน้าตาดีที่หากินยามค่ำคืนจากชายแปลกหน้าผู้เปล่าเปลี่ยวหัวใจ ไม่ปฏิเสธหรอกว่าเขาเองก็อยากจะลองมาสัมผัสความรู้สึกใหม่ๆ แบบนี้บ้าง เพราะนอกจากตู้อบขนมปัง ร้านเค้ก ห้องนอน และตลาดแล้วเขาก็ไม่เคยได้ไปเที่ยวที่ไหนมาก่อนเลยจริงๆ ชีวิตของเขาราบเรียบเป็นเส้นตรงเสียด้วยซ้ำ



ด้วยความที่ว่าเสียพ่อแม่ไปตั้งแต่ยังเล็กพอจบมัธยมปลายแล้วเข้ามหาวิทยาลัย . . เซฮุนก็ชินกับการใช้ชีวิตคนเดียวมาโดยตลอด ทำงานมาตั้งแต่เด็กไม่เคยสุงสิงกับใครจึงทำให้เขาไม่ค่อยมีเพื่อนคนไหนที่เรียกได้ว่าสนิทจริงๆ หรือจะให้พูดว่าเขาไม่มีเพื่อนเลยมันก็น่าจะถูก และเพราะเหตุนี้เองที่ทำให้เขารู้สึกเหงาแปลกๆ ไม่ค่อยมีคนคุยด้วย จะมีก็แค่ลูกค้าที่เขาคอยทำขนมเค้กส่งก็เท่านั้น เพื่อนไม่มี แฟนก็ไม่เคยมี . . และแน่นอนว่าเรื่องอย่างว่าก็ไม่เคย



แม้ว่าเขาจะไม่เคยมีเรื่องอย่างว่าก็ตามเถอะ . . แต่เขาก็โตพอที่จะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร



และวันนี้นี่แหละที่เขาตัดสินใจละทิ้งความบริสุทธิ์ที่รักษาเอาไว้มาโดยตลอดยี่สิบห้าปี



เงินก็มี ซื้อความสุขให้ตัวเองบ้างคงไม่เป็นอะไร อีกอย่าง . .ไม่ได้รู้จักคนเยอะ คงไม่มีเรื่องอะไรต้องให้อาย



“สนใจคนไหนเป็นพิเศษรึเปล่าครับ”



เสียงพูดดังขึ้นจากด้านหลังทำเอาเซฮุนสะดุ้งจนต้องหมุนเก้าอี้กลับไปมอง บาร์เทนเดอร์หนุ่มหน้าตาดียืนส่งยิ้มให้เขาพร้อมกับแก้วน้ำสีอำพันดูน่าดื่มที่วางไว้ตรงหน้า เซฮุนยิ้มเล็กน้อยเพื่อเป็นการขอบคุณสำหรับเครื่องดื่มก่อนจะส่ายหน้าเล็กน้อยเพราะว่าเขายังไม่กล้ามองไปรอบๆ คลับแห่งนี้เลย เพราะว่าทุกคนเอาแต่มองเขาด้วยสายตาแปลกๆ ร่างบางก้มหน้าลงเล็กน้อย ทั้งที่ตั้งใจเอาไว้แล้วแต่พอถึงเวลาจริงๆ ก็ไม่กล้าซะอย่างนั้น



“มาครั้งแรกใช่มั้ยล่ะครับ ไม่ต้องอายหรอกนะ เดี๋ยวผมแนะนำใครซักคนให้เอาไว้คุย . .”



เซฮุนยังไม่ทันได้ออกปากปฏิเสธเลยเพราะยังไม่พร้อม บาร์เทนเดอร์หนุ่มคนนั้นกลับตะโกนเรียกชื่อใครบางคนออกไปเสียแล้ว ร่างบางมองตามแล้วลมหายใจก็เกิดการสะดุดขาดห้วงขึ้นมา เจ้าของชื่อนั้นที่เพิ่งโดนเรียกไปเมื่อครู่เดินย่างสามขุมเขามาหาเขา เส้นผมสีดำสนิทที่ถูกเปิดขึ้นให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาชัดเจน ดวงตาที่ดูมีเสน่ห์ สีผิวเข้มกว่าคนทั่วไปแต่ทว่าดูเซกซี่และบุคลิกที่ดูเท่บาดใจ . . แต่ดูไม่เป็นมิตรเลยซักนิด สายตาคมเลิกคิ้วสูงอย่างเป็นคำถามให้กับบาร์เทนเดอร์หนุ่มคนนั้นที่ดูเหมือนจะสนิทกัน



“มีอะไร”



“อยู่เป็นเพื่อนลูกค้าหน่อย เพิ่งมาครั้งแรก”



คราวนี้สายตาคมนั้นจ้องตรงมาที่เซฮุนที่แอบลอบมองอยู่ก็รีบหลบสายตาเป็นพัลวัน บาร์เทนเดอร์หนุ่มคนนั้นหายไปแล้ว ปล่อยให้เซฮุนอยู่กับโฮสต์หนุ่มคนนั้นสองต่อสองท่ามกลางบรรยากาศที่เหมือนจะเริ่มอึดอัดขึ้นเรื่อยๆ ร่างบางไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นไปสบตา ใช่ . . ส่วนหนึ่งก็เพราะความหล่อ แต่สาเหตุสำคัญเลยก็คือเพราะเขารู้สึกใจเต้นแรงแปลกๆ หรือนั่นอาจจะเป็นอาการตื่นเต้นเพราะเขาไม่ค่อยได้คุยกับใครแบบนี้มาก่อนก็ได้มั้ง



“อายุถึงแล้วหรือไง ถึงมาเที่ยวที่แบบนี้”



ประโยคเหล่านั้นทำให้เซฮุนหยุดกึกความคิดทั้งหมดที่วิ่งแล่นในสมองแล้วตวัดสายตามามองคนที่ถาม ที่ดูแล้วยังไงก็เด็กกว่าเขาอยู่แน่นอน แม้ว่าจะตัวโตแล้วก็หนากว่าเขาก็ตามเถอะ ริมฝีปากบางอ้าค้างน้อยๆ เพราะสายตากวนที่มองตรงมาและคิ้วที่เลิกสูงข้างหนึ่งหยอกล้อราวกับเขาดูเหมือนเด็กไร้เดียงสาที่พ่อแม่มาเที่ยวสถานที่อโคจรแบบนี้ เซฮุนแลบเลียริมฝีปากบางของตนเองก็จะยืดตัวขึ้นตอบ



“ผมอายุยี่สิบห้าแล้วนะครับ!”



“โกหกหรือเปล่า หน้าตายังกับเด็กมัธยม ไม่ได้หนีพ่อกับแม่มาเที่ยวหรอกนะ”



ไม่รู้เพราะอะไรทำให้เซฮุนอารมณ์ฉุนกึกเพราะคนตรงหน้าที่ยืนหันหลังท้าวศอกลงกับบาร์หินอ่อนแบบนี้ ไหนบอกว่าทุกคนเป็นมิตรยังไงล่ะ ในที่แบบนี้น่ะต้องตามใจลูกค้าไม่ใช่เหรอ (จากที่เคยอ่านมา) ต้องอ้อนเอาใจไม่ใช่หรือไง แล้วนี่อะไร? ถามเขาราวกับว่าตัวเขเป็นผู้ร้ายที่กำลังหนีความผิดแล้วโดนจับได้อยู่อย่างงั้นแหละ! เซฮุนขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจที่โดนกล่าวหา



“ผมไม่ได้โกหกครับ คุณไค . . แล้วอีกอย่างคุณมีหน้าที่ทำให้ลูกค้าพอใจไม่ใช่หรือไงครับ”



เจ้าของชื่อหันขวับมาประสานสายตากับเซฮุนในทันทีที่จบประโยค เล่นเอาร่างบางเสียวสันหลังวาบขึ้นมาในทันใด ไม่รู้ว่าคำพูดตัวเองไปสะกิดต่อมโมโหของคนตรงหน้าหรือยังไง ร่างสูงถึงที่ได้มองเขาด้วยสายตาเย็นยะเยือกแบบนั้น ลมหายใจของเซฮุนแทบจะขาดหายไปอีกครั้งเมื่อร่างสูงยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ . . ใกล้เสียจนเซฮุนเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในดวงตาสีดำขลับคู่นั้น



“ใช่แล้วครับคุณลูกค้า . . สนใจจะใช้บริการผมมั้ยล่ะ”



ไคเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่ทำเอาใจของเซฮุนกระตุกสั่นอย่างบ้าคลั่ง เพราะความใกล้ชิดที่มีมากเกินไปทำให้เซฮุนไม่สามารถควบคุมความร้อนที่เห่อขึ้นมาบนใบหน้าของตัวเองได้เลยจึงได้แต่ก้มหนีซ่อนใบหน้าของตัวเองเอาไว้ ปลายลิ้นเล็กแลบเลียริมฝีปากแห้งผากของตัวเองด้วยความเคยชินยามที่ประหม่า โดยหารู้ไม่ว่าโฮสต์หนุ่มกำลังจ้องมองริมฝีปากสีชมพูสดนั้นอย่างไม่วางตา



“สะ . . สน สนใจครับ”



รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาของไค ร่างสูงยืนขึ้นให้เต็มความสูงก่อนจะหัวเราะในลำคออย่างแผ่วเบา ปล่อยให้เซฮุนนั่งตัวสั่นเหมือนลูกนกอยู่แบบนั้นเพราะความไม่เคย ไคก้มหน้ามาพูดอะไรบางอย่างประชิมริมฝีปากเขาอีกครั้งก่อนจะเดินหนีไปซึ่งนั่นก็เป็นประโยคที่ทำเซฮุนโกรธจนตัวสั่นกำหมัดของตัวเองไว้แน่น



“อย่ามาโกหกซะให้ยากเลยเด็กน้อย . . กลับบ้านไปซะ”



เพียงเพราะคำว่าเด็กน้อยนั่นแหละทำให้เซฮุนหันมาสนใจแก้วเหล้าตรงหน้าแล้วเริ่มต้นดื่มอย่างเอาเป็นเอาตาย สายตาพลางเหลือบไปมองเจ้าของคำพูดนั่นที่หัวร่อต่อกระซิกกับแขกคนอื่นด้วยอารมณ์ขุ่นมัว หาว่าเขาเหมือนเด็กนักใช่มั้ย . . ได้ เซฮุนยกแก้วดื่มรวดเดียวจนแล้วสั่งมาใหม่อีกครั้ง ทำแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมาจนกระทั่งสติตัวเองเริ่มควบคุมไม่ค่อยอยู่ แม้ว่าดีกรีในแต่ละแก้วที่ดื่มลงไปจะไม่ค่อยสูงนักแต่ว่าที่ซัดไปนี่ก็ไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว รวมกันไปรวมกันมาก็หนักเอาการอยู่ มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่จะเดินไปเข้าห้องน้ำ . . ทำไมโลกนี้ช่างเอียงเหลือเกิน



“อืม . . ม”



ร่างบางได้แต่ไต่ไปตามกำแพงห้องน้ำยามที่ทำธุระส่วนตัวเสร็จ สองมือบางไต่กำแพงช้าๆ เพื่อพยุงร่างที่เริ่มจะหนักอึ้งของตัวเองเอาไว้ สติเขาก็ยังพอมีอยู่แต่ทำไมร่างกายมันกลับไร้เรี่ยวแรงแบบนี้ก็ไม่รู้ สองขาที่ใช้เดินก็เริ่มสั่นเทาจนแทบจะคุมไม่อยู่ โลกทั้งใบก็เริ่มหมุนวนช้าๆ ราวกับภาพสโลโมชั่น



หมับ!



เซฮุนรู้สึกเหมือนกับว่าโลกตัวเองกำลังโดนเหวี่ยงยามที่โดนกระชากตัวไวๆ มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่หลังโดนกระแทกเข้ากับกำแพงเย็นๆ ในห้องน้ำอีกครั้ง สายตาที่พร่ามัวปรับโฟกัสระยะการมองเห็นในห้องน้ำแสงไฟสลัวแบบนี้อยู่ช้าๆ ก่อนที่จะต้องผวาเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าเป็นใคร



“เป็นเด็กเป็นเล็กก็อย่าหัดมาเที่ยวที่แบบนี้ บอกให้กลับบ้านทำไมยังอยู่ต่ออีก!”



น้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความโมโหเรียกสติที่มีอันน้อยนิดของเซฮุนให้กลับมาอยู่กับตัวอีกครั้ง ไม่ใช่แค่ไคที่กำลังโมโห ตอนนี้เขาเองก็กำลังมีน้ำโหอยู่เหมือนกัน บอกว่าตัวเองไม่ใช่เด็กน้อยก็ไม่เชื่อแถมยังไล่เขากลับบ้านอีกต่างหาก ตกลงว่าโฮสต์ที่นี่ที่เขาบอกว่าดีนักดีหนานี่มันไม่มีจริงใช่มั้ย หลอกลวงผู้บริโภคชัดๆ



“ผมไม่ใช่เด็กแล้วนะ! อายุยี่สิบห้าแล้ว! คุณคิดว่าตัวเองแก่กว่าผมนักหรือไง ดูแล้วยังไงก็เด็กกว่าด้วยซ้ำ! ถ้าไม่อยากจะเชื่อก็ตามใจ! คุณไม่อยากให้ผมใช้บริการคุณเองก็หลีกไป ยังมีโฮสต์อีกหลายคนรอผมอยู่!”



ร่างบางพยายามสะบัดออกจากการเกาะกุมและเอื้อมมือไปจับลูกบิดประตูห้องน้ำ ซึ่งความพยายามนั้นก็ไร้ผลเมื่อข้อมือบางถูกคว้าเอาไว้ให้ยกสูงขึ้นเหนือหัวแล้วกดไปกับกำแพงทางด้านหลัง เซฮุนเบิกตากว้างด้วยความตกใจและพยายามใช้มืออีกข้างดึงมือของโฮสต์หนุ่มออกจากการเกาะกุมข้อมือตนเองออกแต่แล้วข้อมืออีกข้างก็มีชะตากรรมเหมือนกันในเวลาต่อมือ ไคจัดการรวบข้อมือบางทั้งสองข้างไว้ด้วยมือเดียวก่อนจะบดเบียดตัวลงไปแนบนิดกับคนที่ดิ้นขลุกขลักอยู่ตรงหน้า



ได้ผล . .



เซฮุนหยุดชะงักหอบหายใจเอาอากาศเข้าปอดเมื่อรู้สึกเหนื่อยยามที่หยุดดิ้น ริมฝีปากบางเผยอออกเล็กน้อยยามที่ใช้มันช่วยหายใจ อกบางกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรวดเร็วก่อนจะใช้สายตาช้อนขึ้นมองโฮสต์หนุ่มที่ตัวสูงกว่าด้วยความไม่พอใจ ไคที่อยู่ในระยะใกล้แบบนั้นพอได้เห็นสายตางอนๆ ที่ช้อนมองมาก็รู้สึกว่าหัวใจตัวเองเหมือนมีกระแสไฟฟ้าบางอย่างช๊อตเข้ามาด้วยความรวดเร็วจนเจ็บจี๊ด ไหนจะริมฝีปากสีชมพูนั่นอีก



“ถ้าคุณไม่อยากให้ความสุขกับผมก็ปล่อย! ผมจะไปหาจากคน . . อื้อ!!”



ท้ายประโยคขาดห้วงไปเพราะใครอีกบดเบียดริมฝีปากของตนเองลงมาทาบทับเสียก่อน ดูดดึงขบเม้มกับความนุ่มที่หอมหวานอยู่แบบนั้นจนเซฮุนใจสั่น ตัวสั่นไปหมดด้วยความกลัวเพราะความไม่เคย ข้อมือทั้งสองที่ถูกรวบอยู่บนเหนือหัวก็กระตุกเกร็งอย่างเห็นได้ชัด ร่างสูงใหญ่ที่บดเบียดลงมาแทบจะดันให้เซฮุนกลืนหายเข้าไปในกำแพงอยู่รอมร่อ ไร้เรี่ยวแรงขัดขืนใดๆ ได้แต่ปล่อยให้โฮสต์หนุ่มไล้ลิ้นเลียริมฝีปากตนเองอย่างย่ามใจจนกระทั่งทนไม่ไหวต้องรวบรวมแรงที่มีแล้วดิ้นอย่างแรงให้คนที่อยู่ตรงหน้าหยุดกระการกระทำที่ชวนใจสั่นนี่เสียที



“อื้อ!”



ไคผละกายออกมามองริมฝีปากที่เปียกชื้นไปด้วยฝีมือของตนเองก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นไปมองดวงตาอีกคู่ที่จ้องมองเขาอย่างวูบไหว หยาดน้ำใสไหลลงจากปลายตาทำให้หัวใจของโฮสต์หนุ่มร่วงหล่นลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม มือที่รวบข้อมือของลูกค้าร่างบางคนที่อยู่ปล่อยออกให้เขาเป็นอิสระด้วยความตกใจ เซฮุนทิ้งแขนที่ชาลงข้างตัวอย่างหมดแรง สายตาจ้องมองร่างสูงตรงหน้าอย่างตัดพ้อ . . ไคกำลังทำให้เขารู้สึกเหมือนว่าตัวเขาไร้ค่า



“ผมเหมือนตัวตลกมากเลยหรือไง . .”



น้ำเสียงอ่อนหวานแหบพร่าลงจนทำให้หัวใจของคนฟังวูบไหวได้ไม่ยาก สายตาตัดพ้อที่ส่งมาทำให้โฮสต์หนุ่มถึงกับไปไม่เป็นไป หยาดน้ำใสหยดแล้วหยดเล่าไหลลงมาจากหางตาของคนตรงหน้า . . ทั้งที่โอเซฮุนกะจะมาหาความสุขใส่ตัวเองแท้ๆ แต่กลับต้องมาเจออะไรแบบนี้ แย่จริงๆ . . ร่างสูงที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่เกือบนาทีเพราะความตกใจก่อนจะประคองดวงหน้าหวานเอาไว้แล้วส่งปลายนิ้วเกลี่ยเช็ดคราบน้ำตาไปตามปรางค์แก้มนวลช้าๆ



“ใจร้าย ใจร้ายที่สุด ใจร้ายมา . . ”



จากที่คิดเอาไว้ว่าเพียงแค่เช็ดน้ำตาให้แล้วจะเอ่ยคำขอโทษ แต่เพราะอะไรก็ไม่รู้ถึงทำให้โฮสต์หนุ่มไม่อยากได้ยินน้ำเสียงตัดพ้อจากคนตรงหน้าจึงต้องดูดกลืนให้มันหายไปด้วยริมฝีปากของตนเองอีกครั้ง . . ลมหายใจที่เจือไปด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์และกลิ่นตัวหอมอ่อนๆ เหมือนขนมหวานของร่างบางทำให้เขาอดใจไม่ไหว ขบเม้มริมฝีปากบางให้หนักขึ้นจนเจ้าของทนไม่ไหวเผยอขึ้นช้าๆ แล้วรีบส่งลิ้นร้อนเข้าไปต้อนกวาดหาความหวานที่ยังหลงเหลือภายใน



“อืม . .”



ปลายลิ้นเล็กที่เพิ่งเคยรับสัมผัสที่เกิดขึ้นตอบรับความรู้สึกนั้นอย่างงกๆ เงิ่นๆ ซึ่งก็ทำให้โฮสต์หนุ่มคนนี้มั่นใจได้เลยว่าตนเองกลายเป็นโจรขโมยจูบแรกของลูกค้าร่างบางคนนี้ไปเสียแล้ว ชายคนนี้ยังบริสุทธิ์ . . เพราะรสจูบนี้มันหวานจนทำให้ใจของเขาสั่นอย่างบ้าคลั่ง กลิ่นหอมบางอย่างที่ลอยเข้ามากระทบโสตประสาททำให้เขาอดใจไม่ไหวเริ่มต้นดูดกลืนความอุ่นร้อนนั้นขึ้นอย่างหนักหน่วง บดเบียด ดูดดึงอย่างเอาแต่ใจ เปลี่ยนองศาขยับไปมา ผละออกให้คนตรงหน้าได้หายใจแล้วก็เริ่มต้นใหม่อีกครั้งอยู่แบบนั้นจนกระทั่งเขาพอใจ



ร่างสูงผละออกช้าๆ หยาดน้ำใสเชื่อมระหว่างริมฝีปากทั้งคู่ก่อนเขาจะก้มลงไปจูบลูกค้าที่เขายังไม่แม้แต่จะรู้จักชื่อด้วยความรวดเร็วเพื่อดูดกลืนซับริมฝีปากบางอีกครั้งก่อนผละออกมา สายตาที่ประสานมองกันทำให้ดวงใจคนทั้งคู่วูบไหวแปลกๆ น้ำตาของเซฮุนได้เหือดหายไปแล้ว ส่วนโฮสต์หนุ่มอย่างไคก็กลืนน้ำลายลงคอไปอึกใหญ่เพราะภาพที่อยู่ตรงหน้า สายตาหวานหยาดเยิ้มกับริมฝีปากบางสีสดที่เขาลิ้มลองไปเมื่อครู่กำลังเล่นงานเขาอย่างหนักหน่วง ไคข่มใจตัวเองเอาไว้เพียงครู่ก่อนจะก้มลงไปกระซิบน้ำเสียงอ่อนที่ใบหูนุ่มแล้วก็ประทับจูบลงไปเบาๆ



“ที่อโคจรแบบนี้ไม่เหมาะกับคนแบบนายเลย . . กลับบ้านไปเถอะ”



ไม่รู้ว่าเพราะน้ำเสียงราวกับขอร้องอ้อนวอนแบบนั้นด้วยหรือเปล่าทำให้เซฮุนพยักหน้าและยอมเดินก้าวออกจากห้องน้ำไปเงียบๆ จากที่คิดว่าตัวเองเมาๆ อยู่เมื่อครู่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสติสตังพาตัวเองขึ้นรถแท็กซี่กลับบ้านได้ตอนไหน ต่างจากโฮสต์หนุ่มที่มองตามลูกค้าร่างบางไปจนลับสายตาแล้วก็ต้องทรุดกายนักลงบนฝาชักโครกแล้วลูบหน้าลูบผมไปมาเพื่อระงับอาการบางอย่างที่เต้นในหัวใจของเขาอย่างบ้าคลั่ง ความหอมหวานยังติดอยู่ที่ปลายลิ้น



มันไม่เคยเกิดขึ้นกับแขกคนไหนเลย ยกเว้น . . คนเมื่อกี้



ร่างสูงทึ้งหัวตัวเองอย่างบ้าคลั่งอีกครั้งก่อนจะยืนขึ้นเพื่อคิดว่าจะออกไปล้างหน้าระงับสติอารมณ์ตัวเองเพื่อไปทำงานต่อ แต่แล้วสายตาพลันเหลือบไปเห็นแผ่นกระดาษสีเหลี่ยมใบเล็กที่นอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้น มือหนาเอื้อมลงไปหยิบมาพิจารณาดูก่อนจะพบว่ามันคือนามบัตรที่พาเอาหัวใจของเขาเต้นลิงโลดขึ้นมาอีกครั้ง




PASTEL BAKERY
โอ เซ ฮุน
08X – XXX – XXXX
ที่อยู่ . . .
*รับทำขนมเค้กตามออเดอร์ทุกชนิด





.



.



.



.


4 กุมภาพันธ์



สามสี่วันมานี้จิตใจของเซฮุนไม่ได้อยู่กับเนื้อกับตัวเลยซักนิด อบขนมปังก็เกือบทิ้งไว้ให้ไหม้อยู่ในเตาอบ แต่งหน้าเค้กก็ใจลอยจนมันเกือบจะเละ ที่เขาเป็นแบบนี้เพราะในหัวของเขาที่ไม่ว่าจะย่างกรายไปทำอะไรก็ตามมันมีภาพของใครบางคนซ้อนทับอยู่เต็มไปหมด ราวกับว่าห้วงความคิดและภาพเหล่านั้นตามหลอกหลอนเขาไปทุกที ภาพของร่างสูงคนหนึ่งที่โฮสต์คลับวันนั้น . . พร้อมกับสัมผัสแผ่วเบาราวกับขนนกที่ติดอยู่ที่ริมฝีปาก



คิดถึงกี่ครั้งก็ใจสั่น . .



ร่างบางสะบัดหน้าไปมาเพื่อเรียกสติให้กับตัวเองอีกครั้งก่อนจะเริ่มลงมือแต่งหน้าเค้กตามที่ลูกค้าสั่งเอาไว้ พยายามหาอะไรทำให้ตัวเองไม่ว่างและคิดฟุ้งซ่านไปถึงแต่เรื่องนั้นอย่างเดียว แต่ไม่ว่าจะทำอะไรมันก็อดคิดถึงเขาคนนั้นไม่ได้จริงๆ เงาสะท้อนในกระจกที่เห็นอยู่ตรงหน้านั้น . . เขากำลังจ้องมองตัวเอง จ้องมองริมฝีปากที่ถูกครอบครองอย่างร้อนแรงวันนั้น พอคิดถึงก็เห็นภาพแล้วพอเห็นภาพก็ทำให้เขาหน้าร้อนจนต้องสะบัดไปมาอีกครั้ง



เขาทำแบบนี้กับลูกค้าทุกคนหรือเปล่า . . ?



เซฮุนได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้กับตัวเอง ไม่กล้าจะไปถามใครหรอก มันน่าอายจะตายไป แล้วอีกอย่างคือเขาก็ไม่ได้มีคนรู้จักเยอะแยะขนาดนั้นด้วย คิดไปคิดมาก็ดีเหมือนกันเพราะเวลาจะทำอะไรก็ตัดสินใจได้เลยคนเดียวไม่ยุ่งยากลำบากอะไร แต่มันจะแย่หน่อยตรงที่ว่าเวลาต้องการคำปรึกษาจากใครซักคน เขาไม่รู้จะบากหน้าไปพึ่งพาใคร จะให้ถามลูกค้าก็ไม่ใช่ . . บางครั้งความคิดหลายๆ อย่างก็ต้องปิดตัวเองลงไปเพราะไม่มีใครให้คำแนะนำ



กรุ๊งกริ๊ง



เสียงกระดิ่งดังขึ้นเป็นสัญญาณบ่งบอกว่ามีลูกค้าเดินเข้ามาในร้าน เซฮุนวางอุปกรณ์แต่งหน้าเค้กเอาไว้และล้างมือก่อนจะวิ่งออกมาจากหลังครัวเพื่อออกมารับออเดอร์เค้ก แต่แล้วสองขาก็แทบหยุดชะงักเมื่อวิ่งมาถึงกรอบประตู เซฮุนเบี่ยงตัวหลบกลับเข้ามาในครัวอีกครั้งราวกับตกใจกับภาพที่เห็นตรงหน้า มันเหมือนภาพในมโนความคิดของเขาไม่มีผิด โฮสต์คนนั้นที่ยังตามหลอกหลอนเขามาอยู่ในร้านเค้กของเขาได้ยังไง!



เซฮุนสะบัดหน้าไปมาอีกครั้งเพื่อไล่ความคิดและขยี้ตาอยู่อีกหลายๆ ทีก่อนจะก้าวขาออกจากครัวไปเพียงเพื่อคิดว่าอาจจะเป็นลูกค้าคนอื่นที่ตนเองสายตาพร่ามัวมองอะไรก็เห็นเป็นแต่โฮสต์คนนั้นแทน แต่ฉับพลันทันทีที่ก้าวขาออกมาจากครัว หัวใจของเขาก็แทบหล่นลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ริมฝีปากบางอ้าค้างนิดๆ ด้วยความตกใจ . . แววตาที่จ้องมองมาพลางเลิกคิ้วค้างหนึ่งนั้นคุ้นตาเหลือเกิน



“. . .”



“ตกใจอะไรขนาดนั้น”



“. . .”



ตัวจริง เสียงจริง ความชัดระดับ 4DX













“. . .”



ไม่มีบทสนทนาใดๆ ระหว่างคนทั้งคู่ มีเพียงกลิ่นหอมของกาแฟจากแก้วเล็กเท่านั้นที่อบอวลไปทั่วร้านเค้กแห่งนี้ สายตาของโฮสต์หนุ่มคนนั้นยังคงมองไปรอบๆ ราวกับพิจารณาอะไรบางอย่างอยู่ในใจ ปล่อยให้เจ้าของร้านนั่งก้มหน้าซ่อนริ้วแดงๆ บนแก้มด้วยความประหม่าแบบนี้ เพราะแค่เห็นหน้าของโฮสต์หนุ่มเพียงแค่ครู่เดียว ก็เหมือนความทรงจำวันนั้นถูกเรียกกลับมาจนชัดเจนในความรู้สึกและสัมผัส มือสองข้างถูไถกันไปมาบ้างก็ยกขึ้นมาเกาท้ายทอยยามที่รอคอยอีกฝ่ายให้พูดอะไรออกมาซักอย่าง



“ร้านนายเองทั้งหมดเหรอ”



เซฮุนเงยหน้ากระพริบตาปริบๆ ก่อนสมองจะประมวลผลคำถามอยู่เพียงครู่แล้วพยักหน้าจนเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนฟุ้งกระจาย อยากจะตอบไปเป็นเสียงเหลือเกินแต่ก็ไม่รู้ตอนนี้กล่องเสียงตัวเองมันไปวิ่งเล่นอยู่ที่ไหน เพราะเพียงแค่ร่างสูงตรงหน้าขยับกายเปลี่ยนท่าทางก็ทำเอาเขานั่งตัวเกร็งไปหมดแล้ว ทั้งที่เขาควรจะทำตัวสบายๆ เพราะบ้านหลังเล็กหลังนี้ยังไงก็เป็นบ้านเขาเองอยู่แล้ว



“โอเซฮุน . . ชื่อโอเซฮุนใช่มั้ย”



“คะ ครับ คุณไค”



“จงอิน ฉันชื่อคิมจงอิน



ร่างบางขมวดคิ้วอยากไม่เข้าใจ เพราะตามชื่อในป้ายที่ติดอยู่ตอนนั้นก็ไม่ใช่ชื่อนี้ ซึ่งอึดใจต่อมาร่างสูงก็อธิบายให้เข้าใจได้ว่าชื่อไคนั้นเป็นชื่อที่เอาไว้ใช้เวลาทำงานเป็นโฮสต์ก็เท่านั้น ถ้าหากไม่จำเป็นจริงๆ พวกที่ทำงานแบบนี้มักจะไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวให้แขกรับรู้ . . แต่ว่าไค เอ่อ . . จงอินก็เลือกที่จะบอกชื่อจริงเซฮุน



“อายุยี่สิบห้าจริงๆ เหรอ”



“จริงสิครับ! ผมไปเอาบัตรประชาชนมายืนยันด้วยก็ได้ถ้าคุณไม่เชื่อ ว่าแต่ผมเถอะ . . คุณน่ะอายุเท่าไหร่”



“ยี่สิบสอง”



“เป็นน้องผมตั้งสามปี คุณต้องเรียกผมว่าพี่ด้วยนะครับ จงอิน”



“ใครมันจะไปเรียกพี่ลง หน้ายังกับเด็กมัธยม ตัวก็บางแค่นี้ ขืนเรียกพี่ให้คนอื่นได้ยินเขาคงขำตายชัก”



เซฮุนหน้าแดงวาบขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ นั่นไม่ได้เป็นเพราะความโกรธแต่อย่างใด เป็นเพราะประโยคก่อนหน้านี้ต่างหาก ตัวก็บางแค่นี้ มันยิ่งทำให้เขาคิดถึงเหตุการณ์วันนั้นและความใกล้ชิดขึ้นมาอีกครั้งอย่างช่วยไม่ได้ ริมฝีปากบางแห้งผากจนต้องแลบลิ้นออกมาเลียด้วยความเคยชินจนติดเป็นนิสัยยามที่ประหม่า



“คิดยังไงถึงไปที่คลับ”



“กะ . . ก็ ก็แค่อยากจะลองไปดูว่ามันเป็นยังไง วันๆ มัวแต่ทำงานไม่เคยได้ไปเที่ยว ไม่ค่อยได้รู้จักใคร เหงา ก็เลยคิดว่าอยากจะไปหาเพื่อนคุย . . ก็แค่นั้น”



“แค่หาเพื่อนคุยนี่ต้องไปที่คลับเลยหรือไง บอกเลยนะว่าคนดีๆ เขาไม่ไปที่แบบนั้นกันหรอก มีแต่พวกคุณหนูใจแตกอยากรู้อยากลองเท่านั้นแหละที่ใช้โฮสต์หาความสุขให้ตัวเอง”



น้ำเสียงดุที่กล่าวตักเตือนทำเอาคนอายุมากกว่าต้องก้มหน้ากัดปากยอมรับฟังแล้วพยักหน้าตามเบาๆ เขาคงไม่มีโอกาสได้ไปเที่ยวที่คลับอีกครั้งแล้วแน่ๆ ถ้าเกิดจงอินพูดดักคอเขาเอาไว้แบบนี้ แล้วถ้าเกิดว่าเขาอยากจะเจอจงอินขึ้นมาละ เขาจะไปตามหาได้ที่ไหนถ้าไม่ใช่ที่คลับ ความคิดนี้เกิดขึ้นมาแล้วหลายวัน ความคิดที่ว่าอยากเห็นหน้าโฮสต์หนุ่มคนนี้อีกครั้ง . . เรื่องส่วนตัวอย่างพวกที่อยู่หรือเบอร์โทรศัพท์ก็ไม่กล้าจะถามมากเท่าไหร่ เพิ่งเคยเจอกันอยู่สองครั้งเท่านั้นเอง เรียกได้ว่ายังเป็นคนแปลกหน้าต่อกันอยู่เลยก็ว่าได้



“เหงามากขนาดต้องไปพึ่งโฮสต์เลยหรือไง”



“. . ผมไม่ค่อยมีเพื่อนมาตั้งแต่เด็กแล้วครับ พ่อกับแม่ก็เสียไปตั้งแต่ยังเล็ก ทำงานช่วยเหลือตัวเองมาโดยตลอด ไม่มีเวลาไปผูกสัมพันธ์กับใครหรอกครับ อีกอย่างคืออยู่ตัวคนเดียวมาจนชินแล้ว”



หัวใจของคนฟังที่ได้ยินดังนั้นก็กระตุบวูบทันที เซฮุนไม่ใช้น้ำเสียงเย็นชาอะไรใดๆ แต่กลับใช้น้ำเสียงแผ่วเบาหลอมละลายหัวใจคนฟังยามที่ระบายความในใจราวกับหาเพื่อนมาคุยเพื่อปลดปล่อยอะไรบางอย่าง เซฮุนอยู่ตัวคนเดียวมาตลอดตั้งแต่เล็กจนโต ไม่มีค่อยมีเพื่อน อยู่มาได้จนอายุขนาดนี้ก็บุญโขขนาดไหนแล้ว เขาเองที่ใช่ว่าจะนิสัยดีมากซักเท่าไหร่อย่างน้อยก็พอจะมีเพื่อนตายอยู่บ้าง



“แล้ววันนี้จงอินไม่ไปทำงานเหรอครับ”



“ไปตอนค่ำๆ ออกมาหาข้าวกินก่อนแล้วค่อยเข้าไป”



เซฮุนพยักหน้ารับก่อนจะก้มหน้าก้มตาต่อไป จงอินลอบมองร่างบางตรงหน้าก่อนจะอมยิ้มออกมาเล็กๆ เพราะท่าทางที่เซฮุนเป็นอยู่ตอนนี้ช่างแตกต่างกับเวลาที่เมาเหลือเกิน ตอนนั้นเหมือนแมวยั่วสวาท แต่ตอนนี้เหมือนแมวตัวเล็กๆ ที่เอาแต่หลบหน้าหลบตาด้วยความอาย จะเห็นก็แต่ริมฝีปากคู่ที่เขาเอาแต่เฝ้าคิดถึงมาตลอดสองสามวันจนไม่เป็นอันทำงาน คุยกับลูกค้าคนไหนก็มีแต่หน้าของเซฮุนซ้อนทับจนเขาจะเป็นบ้า ทำได้แต่เก็บอาการเอาไว้



“แล้วนี่ทำอะไรอยู่”



“ผมกำลังแต่งหน้าเค้กที่ลูกค้าสั่งเอาไว้อยู่ครับ ใกล้ช่วงวันวาเลนไทน์แล้ว ออเดอร์เข้ามาเพียบเลย”



“งั้นก็ไปทำงานต่อสิ ฉันขอนั่งอยู่ตรงนี้อีกแป๊บนึงแล้วกัน เดี๋ยวก็ออกไปแล้ว”



ร่างบางที่ได้ฟังดังนั้นก็พยักหน้ารับช้าๆ ในใจนึกเสียดายไปน้อยที่ร่างสูงแวะมาเพียงครู่เดียวก็จะกลับออกไป เซฮุนลุกขึ้นขอตัวกลับมาทำงานต่อ หากเค้กที่อยู่ตรงหน้ามันมีไม่เยอะก็จะขอนั่งอยู่เป็นเพื่อนจงอินอยู่แบบนั้นเพราะไม่รู้ว่าจะได้เจอกันอีกเมื่อไหร่ แต่ติดว่าตอนนี้งานล้นมือจนระบายออกแทบไม่ทันอยู่แล้ว ร่างบางได้แต่เดินคอตกกลับเข้ามาในครัว แต่พอนึกเห็นหน้าจงอินก็แอบลอบยิ้มออกมาอย่างมีความสุข



เวลาผ่านไปเกือบสามสิบนาที กาแฟที่ดื่มอยู่ก็หมดแก้วนานแล้วว่าจะเดินไปขอบคุณเจ้าของบ้านที่ในครัว แต่เป็นเพราะอะไรไม่รู้ทำให้จงอินยืนกอดอกพิงประตูแล้วมองเซฮุนเดินวนทำเค้กไปมาในครัวด้วยความเพลิดเพลินจนเกือบจะสิบนาทีได้แล้ว รอยยิ้มที่เขาไม่เคยได้เห็นกลับกลายเป็นเจ้าเค้กก้อนกลมพวกนั้นที่เซฮุนส่งยิ้มไปให้จนตัวเขานึกอิจฉาอยู่ในใจ ท่าทางของเซฮุนดูมีความสุขเหลือเกินเวลาเห็นเค้กพวกนั้นออกมาสวยงามตามที่ตั้งใจเอาไว้



“อ๊ะ!”



“เฮ้ย ระวัง!”



จงอินร้องตะโกนออกมาพร้อมวิ่งเข้าไปประคองทันทีที่เห็นเซฮุนกำลังจะลื่นล้มหน้าขมำเพราะเผลอเหยียบเศษเปลือกกล้วยที่ตกอยู่บนพื้น ร่างบางหลับตาปี๋เตรียมตัวรับแรงกระแทกทันที แต่พอผ่านสองสามวิก็ไม่รู้สึกว่าตัวเองได้รับความเจ็บปวดใดๆ ก็ลืมตาขึ้น ก่อนจะเบิกตากว้างอย่างตกใจเมื่อปลายจมูกของตนเองสัมผัสเข้ากับปลายจมูกของคนที่รองรับความเจ็บปวดแทนเขาอยู่ตอนนี้



ร่างสูงมีสีหน้าเหยเกเพราะความเจ็บปวดที่แล่นริ้วขึ้นมานิดๆ แต่ก็พอทนได้ พอลืมตามองคนบนร่างที่อยู่ในอ้อมแขนนอนทับตัวเองแบบนี้ก็ทำให้หัวใจตัวเองเต้นผิดจังหวะ ความใกล้ชิดที่ทำให้เผลอนึกถึงเหตุการณ์ครั้งก่อนและ ความหวานราวกับน้ำผึ้งยังคงติดอยู่ในความรู้สึก อยากจะสัมผัสอีกครั้ง . . อยากจะครอบครองมากจนตัวเองรู้สึกว่าริมฝึปากคู่นั้นดึงดูดเขาขึ้นไปใกล้ๆ














กริ๊ง!!!



เสียงนาฬิกาเตาอบดังขึ้นก็เรียกสติของทั้งคู่ในกลับมา เซฮุนรีบลุกขึ้นในทันทีทันใด ก่อนจงอินจะลุกขึ้นตาม ร่างบางยืนเกาท้ายทอยด้วยความเก้อเขินเพียงนิดก่อนจะกล่าวขอบคุณจงอินที่ช่วยเหลือตนอยู่เมื่อครู่ ร่างสูงเองก็บอกปัดว่าไม่เป็นไร เขาต้องเป็นฝ่ายขอบคุณมากกว่าสำหรับกาแฟแก้วนั้นก่อนจะไปทำงาน เซฮุนเดินออกมาส่งจงอินที่หน้าร้านด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่เกิดขึ้น . . ไม่อยากเห็นจงอินต้องเดินหันหลังให้แบบนี้เลยเพราะมันเจ็บปวดในหัวใจราวกับว่าจะไม่เห็นร่างสูงกลับมาอีก



แต่ประโยคที่จงอินหันกลับมาพูดนั้นก็ทำให้หัวใจของเขาพองโตได้อย่างไม่น่าเชื่อ



“ไว้วันไหนว่างเดี๋ยวมาอยู่เป็นเพื่อนแล้วกัน”




.



.



.






8 กุมภาพันธ์



สี่วันผ่านมาแล้วที่เซฮุนได้แต่ชะเง้อมองหน้าต่างและบานประตูอยู่ทุกๆ สิบนาที แต่ก็ไม่มีวี่แววของคนที่เคยพูดเอาไว้ว่าจะมาอยู่เป็นเพื่อนเขาเลยซักนิด หลายครั้งที่หัวใจสั่นไหวเพียงเพราะได้ยินเสียงกริ่งที่หน้าประตู แต่พอวิ่งออกมาจากในครัวมาดูก็ต้องหน้าหงอยลงอย่างเห็นได้ชัดเพราะเป็นลูกค้าที่มารับเอาเค้กที่สั่งเอาไว้หลายต่อหลายครั้ง เซฮุนเลือกที่นั่งติดริมหน้าต่างแล้วก็มองไปมองมายังถนนเส้นเล็กที่อยู่หน้าบ้านราวกับรอคอยให้ใครบางคนโผล่มาให้เห็นไวๆ แต่พอตะวันตกดินเมื่อไหร่ก็ได้แต่เดินคอตก ปิดร้านแล้วก็หนีขึ้นไปนอนบนห้องเงียบๆ



หายไปไหนของเขานะ . .


.


.



10 กุมภาพันธ์



วันนี้ก็ยังคงเป็นเหมือนทุกวันที่เปิดร้านยามเช้าแล้วก็มองซ้ายมองขวาไปมาเหมือนเก่า แต่ก็เหมือนเดิมคือไม่มีแม้แต่เงาของจงอินปรากฏให้เห็นเลยซักนิด จงอินคงอาจจะมีงานเยอะหรือเปล่าหรืออาจจะเหนื่อยต้องการการพักผ่อน เพราะว่าทำงานที่คลับแบบนั้นเวลาพักผ่อนก็คงไม่เหมือนคนปกติแบบเขาที่ตื่นเช้านอนค่ำ กว่าจะได้นอนก็คงดึกอยู่ไม่น้อย แต่คิดไปคิดมาแล้วมันก็น่าน้อยใจอยู่นิดๆ ทั้งที่บอกเอาไว้แล้ว หายไปก็ตั้งหลายวัน โผล่หน้ามาให้เห็นแค่แป๊บเดียวไม่ได้หรือไง . . อย่างน้อยก็ก่อนไปทำงานก็ได้



อยากเจอหน้าจัง ทำยังไงดี


.


.





13 กุมภาพันธ์
เวลา 21.45 น.






เซฮุนถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ไม่รู้ว่าอารมณ์ไหนเหมือนกันที่พาตัวเองกลับมายังที่เดิมที่มีคนเคยห้ามเอาไว้ไม่ให้มาเพียงเพราะว่ามันไม่เหมะกับตัวเขาเลยซักนิด สายตาเงยมองป้ายไฟที่บ่งบอกชื่อสถานที่อยู่เพียงครู่ก่อนจะรวบรวมความกล้าและเดินเข้าไปอีกครั้ง แต่ก่อนจะที่ได้ผ่านประตูชั้นในสุดเข้าไป เซฮุนก็ได้ตรวจเช็คความเรียบร้อยของเสื้อผ้าตัวเองก่อน . . หวังว่าครั้งนี้เขาคงไม่ตกเป็นเป้าสายตาของคนในคลับอีก




และครั้งนี้ก็ดูเหมือนว่าจะได้ผลอยู่ไม่น้อย . . อาจจะเป็นเพราะวันนี้ในคลับดูมีคนหนาตาเป็นพิเศษ ใช่ . .นี่มันวันคือก่อนวันวาเลนไทน์นี่นา ลูกค้าโสดบางรายอาจจะต้องการโฮสต์หน้าตาดีเอาไว้ไปอยู่ด้วยแก้เหงาวันวาเลนไทน์ก็ได้ใครจะรู้ แต่สาเหตุหลักที่เขามาที่นี่ไม่ใช่เพราะต้องการทำอะไรแบบนั้นหรอก เขาแค่อยากจะเห็นหน้าจงอินก็เท่านั้นแหละ แต่พอกวาดสายตามองไปรอบๆ แล้วก็ไม่ยักกะเห็นร่างสูงคุ้นตานั่นเลยซักนิด มีแต่โฮสต์หน้าตาดีเดินไปเดินมาให้ขวักไขว่ไปหมด



“กลับมาแล้วเหรอครับ หายไปซะนานเชียว”



เซฮุนยกยิ้มให้บาร์เทนเดอร์หนุ่มหน้ามนคนเดิมเพียงเล็กน้อยก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างเคย แก้วน้ำสีอำพันแบบเก่าที่เคยลิ้มลองไปถูกวางตรงหน้าอีกครั้ง แต่คราวนี้เซฮุนต้องพยายามกำชับกับตัวเองเอาไว้ว่าต้องไม่ดื่มเยอะจนประครองสติตัวเองไม่ได้เหมือนครั้งที่แล้ว และอย่าลืมว่าจุดประสงค์ที่มาที่นี่ของเขาก็คือมามาหาจงอิน



“วันนี้แขกอาจจะเยอะหน่อยนะ สนใจใครเป็นพิเศษมั้ย? เดี๋ยวจะแทรกคิวให้เลย ไม่อยากให้คนน่ารักรอนาน”



ร่างบางหน้าแดงระเรื่อเพราะคำชมครั้งแรกที่เคยได้ยินในชีวิตจากปากบาร์เทนเดอร์หนุ่มคนนี้ แต่ทว่าเซฮุนก็ไม่ได้ตอบรับอะไรไป ยกยิ้มเพียงเล็กน้อยแล้วกระดกน้ำสีอำพันเข้าปากทีละนิด กลางฟลอร์ตอนนี้มีผู้คนมากมายจับกันเป็นคู่แล้วเต้นรำกันอยู่ตรงนั้น ถึงแม้ว่าจังหวะเพลงจะไม่ได้มันส์จนโยกหัว แต่ทว่ามันเป็นจังหวะอาร์แอนด์บีที่ฟังยังไงก็รู้สึกถึงความเซกซี่ได้อย่างประหลาดๆ บางคู่ก็เพียงแค่พิงตัวกันไปมาแล้วก็โยกเบาๆ . . แต่ทว่าบางคู่ก็นัวเนียกันอย่างร้อนแรงจนเซฮุนที่สังเกตการณ์อยู่หน้าแดงขึ้นมาดื้อๆ




“ผมไม่เคยเห็นคุณมาก่อนเลย เพิ่งมาครั้งแรกเหรอครับ”




เซฮุนหันไปตามเสียงที่พูดถามก่อนจะพบกับชายร่างสูงหน้าตาดีคนหนึ่ง การแต่งตัวของเขาก็เหมือนกับหลายๆ คนที่ทำงานอยู่ในที่แห่งนี้ โฮสต์ แต่ทว่าเขาคนนี้ดูดีเหลือเกินในสูทสีดำสนิทแบบนี้ แถมรอยยิ้มที่พร้อมละลายใจคนได้ทุกเมื่อก็ส่งมาให้เซฮุนได้ชื่นชมแบบเต็มๆ โดยที่ไม่ได้คิดเลยว่าหัวใจของเขาจะมีสภาพเป็นยังไง



“มาเป็นครั้งที่สองแล้วครับ”



“จริงเหรอ . . ผมพลาดคนหน้าตาน่ารักอย่างคุณไปได้ไงนะ”



ร่างสูงตรงหน้าเปลี่ยนท่าให้หันหน้าเขาหาเซฮุนโดยตรงจนร่างบางสังเกตเห็นป้ายชื่อที่ติดอยู่ที่หน้าอก คริส เซฮุนหัวเราะแก้เขินอีกครั้งทันทีที่ได้รับคำชมติดต่อกัน โฮสต์หนุ่มคนนี้ยืนคุยกับเขาอยู่เพียงครู่ ก่อนจะต้องผละออกไปอย่างเสียดายเมื่อตนเองต้องไปรับลูกค้าที่จองคิวเอาไว้ก่อน เซฮุนยิ้มขำกับท่าทางเหล่านั้นก่อนจะหันมาสนใจกลางฟลอร์เต้นรำต่อ . .



“เห็นไคมั้ย มันมาทำงานป่ะ?”



“ฮะ ไคเหรอ? มาสิ ฉันยังเห็นอยู่เลยแต่มันดูเหนื่อยๆ นะ แล้วอยู่ชั้นสองรึเปล่า”



“ไม่มี เจ๊บอกว่าไคมันไม่รับแขกมาหลายวันแล้ว ไม่รู้เป็นบ้าอะไรของมัน”



ชายร่างสูงคนหนึ่งเดินหัวเสียเข้ามาถามบาร์เทนเดอร์หนุ่มที่พอได้คำตอบที่ตนเองต้องการแล้วก็เดินจากไป แต่ทว่าชื่อนั้นกลับทำให้เซฮุนต้องตั้งใจฟังให้ชัดเจน ไค ชื่อของโฮสต์หนุ่มที่ครอบครองพื้นที่ในความคิดของเขามาหลายต่อหลายวัน



“อ้าว ไค! เมื่อกี้เทามันถามหาอยู่”



เซฮุนสะดุ้งสุดตัวเมื่อบาร์เทนเดอร์หนุ่มตะโกนเสียงดังข้างหู พอหันไปก็พบกับร่างของใครบางคนที่คุ้นตา . . เหมือนเดิมไม่มีผิด แต่ดูเหมือนว่าไค . .จงอินจะไม่รับรู้การมีตัวตนอยู่ของเขาเลยแม้แต่นิดเป็นแบบนั้นอยู่เกือบห้านาทีจนเซฮุนทนไม่ไหวเป็นฝ่ายยื่นมือไปสะกิดเบาๆ และทันที่โดนสะกิดร่างนั้นก็หันกลับมามองตามสัญชาตญาณแล้วก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นว่าใครสะกิดเขาเมื่อครู่



“บอกแล้วใช่มั้ยว่าไม่ให้มาที่นี่!”



“. . .”



เซฮุนหน้าเหยเกเล็กน้อยด้วยความเจ็บปวดเมื่อใครอีกบีบต้นแขนของเขาเอาไว้เสียแน่น ซึ่งพอจงอินรู้ตัวก็รีบปล่อยมือของเขาทันที สีหน้าและแววตาแห่งความไม่พอใจปรากฏให้เซฮุนเห็นอย่างชัดเจนจนทำเอาเขาหาทางออกให้ตัวเองไม่เจอ คำพูดที่เตรียมเอาไว้ว่าจะถามไถ่ตอนที่เจอกันหายไปหมด



“กลับบ้านไปซะ! อย่ามาที่นี่อีก”



“แต่ว่า . .”



“บอกให้กลับบ้าน!”



ยังไม่ทันที่เซฮุนจะได้ปฏิเสธอะไร ร่างทั้งร่างก็ลอยหวือตามแรงกระชากของจงอินเสียแล้ว มารู้ตัวอีกทีก็ตอนยืนอยู่ที่ซอกตึกมืดๆ ข้างคลับ ลมหายใจหอบร้อนรินรดบนใบหน้าทำให้เซฮุนต้องเงยหน้าขึ้นไปดู แต่เพราะว่าความมืดที่ปกคลุมพวกเขาเอาไว้อยู่ทำให้เซฮุนมองเห็นสีหน้าของจงอินในยามนี้ไม่ชัดเท่าไหร่



“มาทำไม”



“ . . ผม ผมแค่อยากมาเจอจงอิน”



“เจอฉัน? เหงามากนักรึไง!”



หากน้ำเสียงไม่กระโชกโฮกฮากแบบนั้นเซฮุนคงไม่ต้องตวัดสายตาขึ้นไปมองเงาตะคุ่มที่อยู่ตรงหน้าด้วยความไม่พอใจ เขาแค่อยากเจอจงอินก็เท่านั้นเองแล้วทำไมต้องทำเหมือนกับว่าการที่เขาย่างกรายมาที่นี่มันเหมือนกับเป็นความผิดใหญ่หลวงขนาดนั้นด้วย เขาก็แค่ . . คิดถึง อยากเจอ อยากคุย ก็เท่านั้น



“จงอินบอกผมเองว่าถ้าว่างจะไปอยู่เป็นเพื่อนผม แต่หลังจากที่บอกแล้วจงอินก็ไม่เคยไปหาผมเลยแม้แต่วันเดียว รู้มั้ยว่าผมรอมากี่วันแล้ว ถ้าคิดว่าทำไม่ได้ตั้งแต่แรกก็ไม่ต้องพูดออกมา คนรออย่างผมมันเสียความรู้สึก”



“. . .”



“ที่ผมมาที่นี่ไม่ได้เป็นเพราะว่าเหงา แต่ถ้าผมรู้ว่าบ้านคุณอยู่ไหนผมคงไม่มาตามหาคุณที่นี่หรอกครับ ผมก็แค่อยากเห็นหน้า อยากพูดคุยกับคุณ อยากมาดูว่าที่ไม่ว่างเลยเป็นเพราะว่าทำงานหนักหรือไม่สบายหรือเปล่าจนไม่มีเวลาว่างแบบนั้น หรือถ้าเป็นอะไรไปผมอาจจะช่วยได้บ้าง”



“. . .”



“แต่ถ้าการที่ผมมาหาแบบนี้มันทำให้จงอินรำคาญหรือไม่ชอบผมก็ขอโทษด้วย ลืมไปว่าผมกับคุณก็มีสถานะเหมือนลูกค้ากับโฮสต์ ไม่มีพันธะสัญญาอะไรต่อกัน คำว่าเพื่อนคงใช้ไม่ได้ตามที่จงอินพูดออกมาตอนนั้น ทั้งๆ ที่ผมก็รู้จักชื่อจริงของคุณไปแล้วก็ตาม . . แล้วก็สัญญาว่าจะไม่มาเหยียบที่นี่อีกเป็นครั้งที่สาม ไม่ใช่เพราะว่าจงอิน ไม่สิ . .ไม่ใช่เพราะว่าไคเคยบอกว่าไม่เหมาะกับผม แต่เพราะผมไม่อยากเห็นหน้าคุณอีกแล้ว ไหนๆ ก็คงเป็นเพื่อนกันไม่ได้อยู่ดี เราจบกันที่ตรงนี้ก็ได้ครับ




เซฮุนปลดปล่อยคำพูดที่มีอยู่ออกมาเสียจนหมดแม็กพลางถอนหายใจออกมาตอนท้ายประโยค ขาเรียวก้าวพาตัวเองเดินออกมาตามแสงสว่างที่ปลายทางเดินก่อนจะเรียกแท็กซี่แล้วตรงกลับบ้านไป ปล่อยให้ใครบางคนยังคงยืนตัวแข็งทื่อเป็นหินอยู่ที่ซอกตึกแห่งนั้น เซฮุนเคยดีอกดีใจที่อย่างน้อยตนเองก็จะได้มีเพื่อนกับเขาเสียที แต่กลับกลายเป็นว่าโลกใบนี้ก็ยังคงมีมุกตลกร้ายกับความรู้สึกของเขาเสมอ แต่เจ็บมาชินแล้ว เจ็บอีกทีคงไม่เป็นอะไรมาก




แล้วกับอีแค่คนที่เพิ่งรู้จักกัน . . ทำไมต้องเสียน้ำตาให้เขาด้วยละ โอเซฮุน ?





.


.


.




วันวาเลนไทน์
14 กุมภาพันธ์





ตั้งแต่เช้ามานี่โอเซฮุนทำงานตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน๊อต ไม่ได้หยุดพักเลยซักนิด เอาแต่วิ่งเข้าวิ่งออกในครัวนอกครัวอยู่ทุกๆ สิบนาที เพราะว่าวันนี้เป็นวันวาเลนไทน์ ออเดอร์ที่สั่งเค้กเข้ามาวันนี้ก็มีเป็นจำนวนมาก เขาตื่นมาทำตั้งแต่ตีสามตีสี่แล้วก็ยังทำเกือบจะไม่ทัน ลูกค้าก็ทะยอยมาเอาเค้กที่สั่งเอาไว้เกือบทุกๆ สิบนาที ถามว่าเหนื่อยมั้ยก็คงปฏิเสธไม่ได้ . . แต่มันก็ดีอยู่อย่างคือมันทำให้เขาไม่คิดถึงเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานเพราะมัวแต่คิดว่าจะทำเค้กส่งตามออเดอร์ทันไหมแทน




จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปจนถึงช่วงฟ้ามืด เค้กทุกก้อนทุกออเดอร์ส่งเสร็จหมดทันเวลาอย่างใจหายใจคว่ำ และเมื่อทันที่ที่เค้กก้อนสุดท้ายส่งถึงมือลูกค้า เซฮุนก็เดินกลับมานั่งถอนหายใจยาวที่โต๊ะตัวเล็กติดหน้าต่างเพื่อระบายความเหนื่อยและความอ่อนล้าที่มีสั่งสมมาอยู่ทั้งวัน นั่งพักให้ตัวเองหายเหนื่อยก่อนจะคิดได้ว่าตัวเองยังไม่ได้มีอาหารตกถึงท้องตั้งแต่มื้อเที่ยงเลยพาตัวเองเดินเข้ามาในครัวเพื่อทำอะไรง่ายๆ ทานประทังความหิว



กรุ๊งกริ๊ง



ขาเรียวที่ก้าวเข้ามาในครัวถึงกับหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงกระดิ่งที่หน้าร้านดังขึ้น สมองก็ประมวลผลได้ว่าตัวเองลืมทำเค้กออเดอร์ไหนไปหรือเปล่า แต่พอหยิบโน๊ตในกระเป๋าออกมาเช็คดูก็พบว่าทุกอย่างไม่มีตกหล่นแน่นอน ลูกค้าก็มารับของออกไปหมดแล้วด้วย . . แล้วใครกันที่มาร้านเค้กเอาป่านนี้



“. . .”



พอได้เดินออกมาแล้วก็เป็นอันต้องสะดุดกึกเมื่อพบกับใครคนเดิมที่เจอเมื่อวานนี้ สีหน้าของจงอินดูเหมือนเดิมไม่มีผิดต่างกับคนที่มีสภาพอิดโรยอยู่เต็มที่ ต่างฝ่ายต่างเงียบใส่กันเมื่อเจอหน้า ไม่มีคำพูดใดๆ ระหว่างจงอินและเซฮุนอยู่นานจนกระทั่งเจ้าของบ้านเป็นฝ่ายทนไม่ไหว เดินไปที่หน้าร้านแล้วเปิดประตูพลางผายมือออกเป็นแนวเชื้อเชิญให้จงอินเดินออกจากร้านของเขาแทน



“ตอนนี้เค้กหมดแล้วครับ ถ้าไม่ได้สั่งเอาไว้ก็ขอโทษด้วย ผมไม่ได้ทำเผื่อขาย”



น้ำเสียงเย็นชาที่แค่นพูดที่ละประโยคราวกับคนตรงหน้าราวกับว่าเขาคือลูกค้าคนหนึ่งทำเอาจิตใจของจงอินร่วงหล่นลงไปอยู่บนพื้น อีกทั้งสายตาที่จ้องมองก็ดูไร้ความรู้สึกเสียจนเหมือนตุ๊กตาที่วางขายอยู่บนห้าง สวยดีแต่มันดูไร้อารมณ์ . .ขายาวๆ ของจงอินก้าวออกเดินช้าๆ และดึงประตูนั้นปิดเอาไว้ตามเดิม ได้ยินก็แต่เสียงถอนหายใจแบบที่ไม่พอใจของเซฮุนดังออกมาก็เท่านั้น



“. .เซฮุน”



“ถ้าไม่มีธุระอะไรแล้วก็ออกจากบ้านผมไปได้แล้วครับ คุณ-ไค”



ร่างบางตวัดสายตาขึ้นมามองก่อนจะเน้นเสียงเรียกชื่อของร่างสูงตรงหน้าช้าๆ จงอินหน้าชาวาบทันทีที่ได้เห็นสีหน้าแบบนั้นของเซฮุน แต่ทว่าร่างบางเป็นฝ่ายออกไปก่อนแต่ก็ไม่รอคำตอบจากชายที่เขาเรียกชื่อไปเมื่อครู่ เรียวขาย้าวก้าวพาตัวเองให้เดินผ่านหน้าร่างสูงจนไหล่กระแทกกันแล้วหลบเข้าไปอยู่ในครัว จงอินเลยถือวิสาสะเดินตามเข้ามาเงียบๆ พอเซฮุนที่เตรียมเก็บข้าวของในครัวหันมาเจอก็ต้องยืนท้าวเอวแล้วมองอย่างหาเรื่องมืออีกข้างหนึ่งถือไม้นวดแป้งแล้วจับให้มั่น เพราะตัวเขาเองไม่รู้เหมือนกันว่าจงอินจะเข้ามาไม้ไหน



“ถ้ายังเดินเข้ามาใกล้ผมอีกกว่านี้ ผมเอาไม้นวดแป้งนี่ฟาดคุณแน่”



แต่จงอินก็ไม่ได้ฟังคำพูดเตือนของเซฮุนเลยแม้แต่น้อย ขาเรียวยาวก้าวพาตัวเองเดินเข้าไปหาเซฮุนอย่างช้าๆ แต่มั่นคง จนกระทั่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าคนที่กำลังง้างมือขึ้นเตรียมฟาดเขาทุกเวลา . . แต่แล้วลมหายใจของเซฮุนก็สะดุดกึกยามที่ได้พิจารณาใบหน้าของจงอินชัดๆ บนแก้มของร่างสูงปรากฏรอยริ้วแดงๆ ที่มองยังไงก็รู้ว่าเป็นรอยมือคน สายตาอิดโรยปนความตัดพ้ออยู่ในนั้นทำให้เซฮุนถึงกับใจสั่นไหว มือที่ง้างขึ้นสูงนั้นลดลงเรื่อยๆ อย่างไม่รู้ตัวจนกระทั่งวางมันลงกับเคาท์เตอร์ข้างหลัง




กึก



เซฮุนกลืนน้ำลายที่จุกอยู่ตรงคอลงไปอึกใหญ่ยามที่แผ่นหลังของตนเองแนบชิดไปกับตู้เย็นแช่ของ ลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดอยู่บนใบหน้าทำเอาใจดวงน้อยถึงกับสั่นระรัว ร่างกายที่บดเบียดให้แนบชิดและเสียงหอบหายใจของร่างสูงตรงหน้าเรียกสายตาของเขาให้เงยขึ้นไปดูให้ชัด ใบหน้าของทั้งสองใกล้เสียจนเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในดวงตาของอีกฝ่าย ความใกล้ชิดที่ว่าใกล้มากอยู่แล้วก็ยังไม่เท่าริมฝีปากของทั้งคู่ที่อยู่ห่างกันเพียงไม่ถึงเซน



“จะทำอะไร”



“ทำโทษนาย”



“ใจร้า . .”



เสียงของเซฮุนขาดห้วงไปก่อนที่จะจบประโยคเพราะริมฝีปากถูดบดเบียดลงมาอย่างหนักหน่วง เร่าร้อนและเอาแต่ใจ ปลายลิ้นร้อนตวัดไล่ต้อนลิ้นเล็กของเขาไปมาจนเซฮุนทนไม่ไหว กำปั้นเล็กทุบลงไปยังไหล่กว้างอย่างไม่ออมมือแต่จงอินก็รวบข้อมือทั้งสองข้างกดไว้ไปกับตู้ทางด้านหลัง เซฮุนเบี่ยงหน้าหนีรสจูบที่จาบจ้วงแบบนั้นไปมาแต่ทุกครั้งจงอินก็ยังคงตามไปประกบริมฝีปากปิดได้อยู่ดี จนเซฮุนหมดแรงที่จะต่อต้าน . .ยืนหยุดนิ่ง แข็งทื่อไม่ตอบโต้รสจูบใดๆ จนกระทั่งจงอินสังเกตเห็นความผิดปกติจึงผละออกไป



“ผมมันคงเหมือนตัวตลกจริงๆ นั่นแหละ”



“โอเซฮุน” หัวใจจงอินกระตุกวาบยามที่เห็นน้ำตาของร่างบาง



“สนุกมากใช่มั้ยที่ล้อเล่นกับความรู้สึกผมแบบนี้ สนุกมากเลยใช่หรือเปล่าจงอิน!”



“ไม่ ไม่ใช่แบบนั้น”



“แล้วคุณทำแบบนี้ทำไม! ผมก็มีหัวใจนะ! มันเจ็บเป็น! มันไม่ได้ด้านชาเหมือนสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ตอนนี้นะ!”



เซฮุนตะโกนออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่าพร้อมปล่อยให้ธารน้ำตาไหลลงมาอย่างไม่มีการกักกันใดๆ มือเล็กผลักอกแกร่งของจงอินให้ออกห่างจากตัว ขอบตาที่ร้อนผ่าวจ้องมองจงอินที่ยืนจ้องหน้าเขาตอบอย่างไม่ลดละ ก่อนที่เซฮุนจะเป็นฝ่ายทนไม่ไหวส่งมือเล็กฟาดลงไปไม่ยั้งเพื่อระบายความรู้สึกหลายอย่างที่อยู่ภายใน ตอนนั้นก็ทำเหมือนว่าไม่อยากรู้จักเขา ไม่อยากมองหน้าเขาเสียด้วยซ้ำ แล้วนี่อะไร . . สิ่งที่จงอินกำลังทำอยู่คืออะไร!



“เซฮุน!”



ร่างบางหอบหายใจตัวโยนยามที่จงอินล็อคข้อมือทั้งสองข้างเอาไว้กับตู้ด้านหลังอีกครั้ง ร่างสูงรอให้เซฮุนผ่อนลมหายใจเข้าออกเป็นจังหวะปกติก่อนที่จะก้มลงให้ใกล้ชิดจนกระทั่งหน้าผากของทั้งคู่แทบชิดสนิทกัน ปลายจมูกโด่งคลอเคลียกันไปมา รวมถึงลมหายใจร้อนที่รินรดกันและกันและริมฝีปากที่อยู่ห่างกันไปเพียงแค่เส้นด้ายกั้น . . เซฮุนยืนนิ่งไปถนัดตา



“บอกฉันทีว่าฉันควรทำยังไง . . ตั้งแต่วันนั้นที่ฉันสัมผัสริมฝีปากคู่นี้โลกฉันก็เปลี่ยนไป มองไปทางไหนก็เจอหน้าเจ้าของมันลอยเต็มไปหมด ดีใจจนแทบบ้าตอนที่เห็นนามบัตรเขาตกอยู่ตรงพื้นแล้วก็ตามหาบ้านของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นลูกค้าเจอ . . ได้พูดคุย ได้รู้จักกันแค่ผิวเผินแต่ทำไมฉันถึงรู้สึกว่ารู้จักเขามาทั้งชีวิต”



“. . .”



“ที่บอกว่าว่างเมื่อไหร่จะมาอยู่เป็นเพื่อน . . ขอโทษที่ทำไม่ได้ เพราะตั้งแต่วันนั้นที่ฉันรู้จักนาย ฉันก็เริ่มหางานใหม่ที่มันดูมั่นคงกว่าการเป็นโฮสต์ไร้สาระอะไรแบบนั้น มันจะได้ดูเหมือนว่าฉันยังพอมีหลักค้ำจุนในชีวิต จะได้ดูน่าเชื่อถือพอถ้าพร้อมที่จะดูแลใครซักคนนึงและทำให้เขาคนนั้นจะไม่ลำบาก”



“. . .”



“เรื่องเมื่อวันก่อนฉันขอโทษที่ตะคอกออกไปแบบนั้น . . แค่ฉันเห็นนายอยู่ตรงหน้าสติฉันก็แตกกระเจิงหมดแล้ว นายไม่รู้หรอกว่าการเอาแต่เห็นหน้านายลอยไปลอยมาทั้งวันมันทรมานแค่ไหน และถ้านายเป็นฉันนายก็คงทำแบบเดียวกัน มันไม่มีใครคนไหนอยากเห็นคนที่ตัวเองชอบไปเที่ยวในสถานที่ที่เต็มไปด้วยผู้คนสกปรกแบบนั้นหรอก”



หัวใจของเซฮุนแทบหยุดเต้นเมื่อได้ยินน้ำเสียงอ่อนตัดพ้อทุกอย่างออกมาจนหมดเปลือก เรื่องที่หายไปไม่ยอมทำตามคำพูด เรื่องที่ตะคอกเขาอย่างไร้เหตุผลเมื่อวันก่อน . . เพียงเพราะคิมจงอินกำลังรู้สึกกับเขามากกว่าลูกค้าทั่วไป คิมจงอินชอบเขาอย่างนั้น . . จริงๆ ใช่มั้ย


“ฉันควรทำยังไงดี . . ฉันกินไม่ได้ นอนไม่หลับ เอาแต่คิดถึงริมฝีปากคู่นี้ คิดถึงเจ้าของมัน โดนลูกค้าตบหน้าก็เพราะเผลอเรียกชื่อนายออกมาตอนกำลังมีอะไรกัน ฉันจะเป็นบ้าแล้วเซฮุน ..อยากเห็นหน้าแต่ก็ไม่กล้ามาหา เดินผ่านหน้าบ้านตอนตีสามตีสี่เห็นหน้าร้านให้หายคิดถึงก็เอา เห็นแค่ประตูบ้าน หน้าต่าง หลังคาก็ยังดี . . บอกฉันทีเซฮุน ฉันต้องทำยังไง ฉันจะเป็นบ้าตายอยู่แล้ว นายร่ายมนตร์บทไหนใส่ฉันกัน



“จงอิน . .”



หัวใจเซฮุนกระตุกวูบในยามที่ได้ยินน้ำเสียงตัดพ้อสั่นเครือแบบนั้นไหนจะแววตาที่วูบไหวตรงหน้านี่ด้วย จงอินใช้น้ำเสียงเชิงตัดพ้อให้เขาได้ยินเป็นครั้งแรก . . ราวกับคนกำลังจะขาดใจ เหมือนเด็กน้อยกำลังร้องขอความเห็นใจ



“แต่ก็ช่างเถอะ . . ยังไงฉันก็คิดว่าตัวเองสกปรกเกินไปสำหรับคนบริสุทธิ์แบบนายอยู่ดี



จงอินถอยกายออกให้ห่างจากเซฮุนทีละนิดยามที่พูดความรู้สึกของตัวเองออกไปจนหมดเปลือก แววตาสีน้ำตาลเข้มวูบไหวอย่างเห็นได้ชัด ไม่เคยเชื่อเรื่องพรหมลิขิตหรือรักแรกพบอะไรเทือกนั้นเลยซักนิดจนกระทั่งเจอคนตรงหน้า เจอกันเพียงแค่สามครั้งก็เอาหัวใจเขาไปครอบครองได้อย่างไม่น่าเชื่อ . . ใจง่ายเหลือเกินจงอิน



“ฉันแวะมาบอกนายแค่นี้ . . มาขอโทษ แล้วเดี๋ยวก็จะไม่มาให้เห็นแล้ว”



ร่างสูงเอ่ยพร้อมกับก้าวห่างออกไปหมายจะเดินออกจากครัว ใบหน้าหล่อคมหันมาซ่อนหยาดน้ำตาเอาไว้ไม่ให้ไหลออกมาจากก่อนจะเดินพ้นออกจากอาณาเขตบ้านหลังนี้ มือกำหมัดแน่นอย่างสั่นเทา . . หัวใจของเขากำลังอ่อนแอ


















จงอิน!”



เจ้าของชื่อหยุดชะงักถอนหายใจออกมาอย่างแผ่วเบายามที่ระงับความรู้สึกภายในเอาไว้ไม่ให้รู้สึกกับโอเซฮุนไปมากกว่านี้ . . ร่างสูงหันหน้ามาช้าๆ ก่อนที่ภาพตรงหน้าจะทำให้หัวใจของเขากระตุกวูบอย่างเจ็บปวด ใจของเขามันเต้นเร็วเสียจนยากเกินควบคุมเสียแล้วในตอนนี้ เซฮุนกำลังหยอกล้อกับความรู้สึกเขาอย่างร้ายกาจ เพราะเพียงแค่เห็นใบหน้าหวานและริมฝีปากที่เปรอะเปื้อนไปด้วยครีมเค้กสีขาวนั่น . . มันทำให้เขาอยากครอบครองเหลือเกิน



“อย่าไปเลยนะครับ”



“. . .”



“อย่าไปเลย . . ได้โปรด”



ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเซฮุนต้องการให้เขาทำสิ่งใด จงอินไม่รอช้าเดินก้าวฉับๆ เข้ามาแล้วคว้าต้นคอของอีกคนเข้ามาประกบจูบอย่างหนักหน่วงจนร่างของเซฮุนโอนเอนไปตามแรงจูบ ลิ้นร้อนกวาดไล่ไปตามแนวริมฝีปากบางสีชมพูเพื่อกวาดชิมครีมแสนหวานที่ติดอยู่บนปากก่อนจะส่งลิ้นร้อนเข้าไปกวาดต้อนตามหาความหวานของในอีกครั้งอย่างโหยหาพลางดันกายบางให้แนบชิดไปกับกำแพงแล้วเริ่มต้นชิมความหวานอีกครั้ง



“อืมม”



จงอินละริมฝีปากออกอยู่เพียงครู่หนึ่งก่อนสายตาจะเหลือบไปเห็นช็อคโกแลตครีมที่ยังเหลืออยู่ในถ้วยแก้ว ปลายนิ้วตวัดเอาครีมนั้นขึ้นมาเพียงนิด ก่อนจะแตะแต้มลงไปบนริมฝีปากของเซฮุนที่เผยอหอบเอาอากาศเข้าปอดอยู่ตอนนี้ ร่างบางเองที่ได้สัมผัสรสชาติใหม่ที่ปลายลิ้นก็เผลอแลบเลียด้วยความชอบใจ เลียตั้งแต่ริมฝีปากของตนเองลามไปถึงปลายนิ้วที่สอดเข้ามาในโพรงปากอย่างช้าๆ



“เซฮุน . .”



ร่างสูงครางต่ำราวกับพยายามสงบอารมณ์บางอย่างที่เกิดขึ้นภายในเพียงเพราะโพรงปากอุ่นที่กำลังดูดนิ้วเขาเล่นราวกับว่าเป็นขนมหวานชิ้นหนึ่งก็เท่านั้น พอเขาพยายามดึงปลายนิ้วออกมา ใบหน้าหวานก็งอง้ำราวกับโดนแย่งขนมแสนอร่อยไปต่อหน้าต่อตาซึ่งนั้นก็ทำให้จงอินอดใจไม่ไหวก้มลงบดเบียดริมฝีปากอีกครั้งอย่างเร่าร้อนและเร่งเร้า เสียงครางอื้ออึงพอใจดังขึ้นในลำคอของคนทั้งคู่ เซฮุนที่แทบจะยืนไม่ไหวต้องวาดแขนยึดต้นคอแกร่งเป็นหลักเหนี่ยวรั้งเอาไว้อีกแรง



กลิ่นหอมอ่อนจากร่างกายเซฮุนไม่สามารถทำให้จงอินยับยั้งชั่งใจตัวเองได้อีกต่อไป . . คนตรงหน้าเหมือนขนมหวาน กลิ่นขนมหวานที่ลอยอบอวลไปทั่วซอกคอขาวเนียนยามที่เขาตรงเข้าชิมที่ละจุดทีละจุด ดูดดึงขบเม้มตีตราแห่งความเป็นเจ้าของทั้งที่ไม่รู้ว่าตัวเองมีสิทธิ์หรือเปล่า แผ่นหลังบางของเซฮุนถูกดันให้แนบชิดไปกำแพงเย็นอีกครั้งเพื่อทรงตัวให้อยู่ยามที่ใครอีกคนกำลังง่วนอยู่กับการชิมความหวานจากซอกคอของเขาจนตัวสั่นเกร็งไปหมด



“จง . . จงอิน”



เจ้าของชื่อละใบหน้าออกจากซอกคอหอมกรุ่นออกเพียงนิดก่อนจะหันมาสบตากับร่างบางแทน สายตาหวานหยาดเยิ้มที่มองมาทางเขารังแต่จะยิ่งเพิ่มอุณหภูมิร้อนภายในร่างกายและความต้องการให้จงอิน ร่างสูงจ้องมองคนที่ยืนพิงหัวกับกำแพงด้วยท่าทีที่หมดแรงแบบนั้นอยู่ครู่หนึ่งเพื่อรอให้เซฮุนพูดอะไรออกมาซักอย่าง



“ที่ห้อง . .ได้มั้ย”



การที่จงอินยกร่างกายของเซฮุนให้เกาะเกี่ยวกับเอวแกร่งตัวเองเอาไว้คงเป็นคำตอบแทนได้ดี ริมฝีปากทั้งสองประกบอีกครั้งราวกับโหยหาซึ่งกันและกันมาโดยตลอด ความเร่าร้อนที่แผดเผาทั้งดวงใจทำให้เซฮุนแทบจะละลายเป็นน้ำในอ้อมแขนของจงอิน ท่อนแขนเล็กโอบรอบต้นคอแกร่งและเกี่ยวขาตัวเองเอาไว้แน่นเพราะกลัวว่าตนเองจะตกลงไป แต่ยังไงจงอินก็ไม่ยอมให้เซฮุนหล่นลงไปบนพื้นง่ายๆ อยู่แล้ว




แกร๊ก




ลูกบิดประตูถูกหมุนโดยคนที่เกาะเกี่ยวตัวเองอยู่กับเอวแกร่งนั่นเอาไว้ ก่อนที่เซฮุนจะสัมผัสได้ถึงความนุ่มสบายที่แผ่นหลังในเวลาต่อมา จงอินละใบหน้าขึ้นมามองเซฮุนที่นอนแผ่กายอยู่เพียงนิดก่อนจะดันกายตัวเองให้ออกห่างออกไป เซฮุนมองร่างสูงที่คุกเข่าอยู่ระหว่างขาของตนเองด้วยความตกใจ จงอินถอดเสื้อออกอย่างเร่งรีบ หน้าท้องลอนสวยที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าให้เซฮุนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก จงอินดูมีเสน่ห์เหลือเกิน . .



“อ๊ะ . .”



เซฮุนหยุดชะงักและเลื่อนมือลงไปคว้ามือแกร่งของจงอินเอาไว้เมื่อขอบกางเกงของตนเองโดนสัมผัส จงอินยกยิ้มเพียงเล็กน้อยแต่นั่นก็ทำให้เซฮุนแทบเป็นบ้า ในเมื่อนั้นเป็นรอยยิ้มครั้งแรกที่เซฮุนได้เห็นจากคนตรงหน้า หล่อร้ายที่สุด . . มือแกร่งที่หยุดชะงักเมื่อครู่ก็ผละออกแล้วเลื่อนเข้าไปในเสื้อเพื่อสัมผัสสิ่งที่อยู่ข้างในนั้นแทน



“อ้า”



ชายเสื้อถูกเลิกขึ้นจนชิดปลายคางพร้อมจงอินที่แทรกกายลงระหว่างขาของเขาบดเบียดใบหน้าเข้ากับแผ่นอกบาง ลงลิ้นไปทั่วความหอมตรงหน้าและไม่พลาดที่จะชิมความหวานที่ประดับอยู่บนอกสวยของเซฮุน ร่างบางเกร็งกายอย่างทรมาณเมื่อร่างกายรับรู้ถึงความรู้วาบหวามที่เกิดขึ้นในอกยามที่ปลายลิ้นตวัดไล้เลียเร็วๆ แต่ถึงแม้ว่าจะเสียวซ่าบซ่านเพียงใด เซฮุนก็ยังคงกดใบหน้าของจงอินให้ช่วงชิมตนเองให้มากกว่าเดิม



จงอินอาศัยช่วงที่เซฮุนเผลอตัวส่งมือร้อนหายเข้าไปในขอบกางเกงลูบลงไปยังส่วนกลางลำตัวเบาๆ จนเจ้าของร่างกระตุกกายเกร็งยามที่โดนสัมผัส ริมฝีปากบางขบเม้มเอาไว้แน่นเพื่อห้ามเสียงครางของตัวเองจนจงอินอดกลัวไม่ได้ว่ามันจะแตกหรือเซฮุนจะเจ็บเสียก่อน ปลายนิ้วแกร่งไล้สัมผัสเบาๆ ในยามที่ร้องห้าม



“เซฮุน อย่ากัดปาก”



“ฮือ จงอิน . .”



ไม่รู้เมื่อไหร่ที่กางเกงตัวสวยที่สวมอยู่หลุดพ้นออกจากร่างกาย ใบหน้าของเซฮุนชาวาบเพราะเกิดมาทั้งชีวิตก็ไม่เคยจะมานอนเปลือยกายแยกแข้งแยกขาให้ใครเชยชมแบบนี้ ยิ่งเห็นสายตาของจงอินยามที่มองร่างกายของตัวเองทีละส่วนแล้วอยากจะระเบิดร่างให้แตกกระจายไปเสียตอนนั้น เพียงแค่สายตาของจงอินมองตามร่างกายเขาทีละส่วนๆ อย่างพิจารณาในท่าทีแล้ว . . เขาก็รู้สึกว่าอุณหภูมิในร่างกายของตัวเองเห่อร้อนขึ้นจนฉุดไม่อยู่ ราวกับว่ากำลังโดนแผดเผาด้วยความร้อนของเปลวไฟ



“เซฮุน . .”



“ฮื่อ! อย่ามองนะ”



โฮสต์หนุ่มหัวเราะเพียงนิด



“ไม่เห็นมีอะไรให้อายเลย . .”



จงอินก้มลงมาใช้มือทั้งสองของดึงเอาเสื้อยืดออกจากร่างกายเซฮุนแล้วจ้องมองลงไปยังนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนที่วูบไหวอยู่ตรงหน้า อยากจ้องให้นานที่สุดหลังจากที่โหยหามาโดยตลอด ริมฝีปากที่เขาอยากครองครองพอได้สัมผัสแล้วก็ยากแก่การห้ามความคิดไม่ให้คิดถึง . . เขากำลังจะเป็นบ้าเพราะโอเซฮุน ชายที่เพิ่งรู้ได้กันเพียงวันสองวัน



ริมฝีปากหนากดจูบลงไปเบาๆ บนหน้าผากมน ลากผ่านมายังปลายจมูกนุ่ม แวะสัมผัสที่ริมฝีปากที่ตนเองติดใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะลงต่ำลงมายังปลายคาง ลำคอหอมกรุ่นและกดจูบลงไปยังจุดชีพจร ลากผ่านท่อนกระดูกที่นูนเด่นตรงเนินไหล่ขาวดูดเม้มเบาๆ และลากต่ำลงเรื่อยๆ ผ่านแผ่นอกบาง และหน้าท้องขาวเนียน . . เซฮุนหายใจไม่ทั่วท้องเลยซักนิดกับการกระชวนใจสั่นแบบนี้ของจงอิน



“จงอิน . . ฮึก”



“ฉันจะทำให้ครั้งแรกของนายเป็นความทรงจำที่ดีที่สุด . .”



ความรู้สึกเสียวซ่านเข้าเล่นงานจนเซฮุนต้องจิกปลายเท้าลงไปกับเตียงนุ่ม ความอบอุ่นที่เข้าครอบครองส่วนอ่อนไหวเขาเอาไว้ทั้งหมดในคราวเดียว ปลายลิ้นที่สัมผัสตั้งแต่โคนจรดปลายและเน้นย้ำส่วนนั้นจนเจ้าของครางออกมาเสียงระงม อกบางหายใจเข้าออกอย่างรุนแรงพอๆ กับที่จงอินตั้งใจจะดูดกลืนเซฮุนน้อยให้หนักหน่วงกว่าเดิม ปลายนิ้วขยุ้มกลุ่มผมสีดำสนิทราวกับระบายความรู้สึกที่อยู่ภายในยามที่ฟันคมครูดโดนไปอย่างไม่ตั้งใจเซฮุนร้องครางออกมาราวกับจะเป็นจะตาย . .



“จงอิน ไม่ ไม่ไหวแล้ว”



“ปล่อยออกมาเลย”



“อ๊า!!”


เซฮุนรู้สึกได้ว่าตัวเองเบาราวกับขนนก ทุกอย่างรอบกายเป็นสีขาวโพลนไปหมดยามที่อารมณ์บางอย่างทุกปลดปล่อยออกจากร่างกาย ร่างบางหอบหายใจเอาอากาศเข้าปอดอย่างเอาเป็นเอาตายก่อนสายตาจะปรับโฟกัสให้เห็นทุกอย่างในห้องชัดอีกครั้ง ดวงใจของเซฮุนกระตุกวูบเมื่อเห็นว่าคนที่ยืนเต็มความสูงอยู่ปลายเตียงกำลังประสานสายตากับเขาพร้อมกับมือที่ปลดเข็มและรูดรั้งยีนส์สีสวยออกจากร่างกายช้าๆ บางสิ่งบางอย่างที่ปรากฏตรงหน้าเซฮุนยากเกินที่จะทำให้เขาสู้ไหว มือเล็กคว้าหมอนมาเพื่อปิดหน้าของตัวเองเอาไว้ด้วยความอาย



“เซฮุนนา”



เซฮุนรู้สึกราวกับร่างกายตัวเองหดเล็กลงเหลือนิดเดียวยามที่อยู่ใต้ร่างของจงอิน หมอนใบเล็กถูกดึงออกช้าๆ และแทนที่เข้ามาด้วยริมฝีปากร้อน เซฮุนเผยอปากตอบรับจูบนั้นเป็นอย่างดีพร้อมกับมือซนของจงอินที่พยายามแยกต้นขาอ่อนให้ออกห่างจากกันให้มากกว่าเดิม ปลายนิ้วร้อนไต่ลงไปตามสีข้างทำให้เซฮุนกระตุกกายแอ่นรับสัมผัสนั้นอย่างวาบหวามก่อนที่จะกระตุกกายเกร็งอีกครั้งเมื่อมีสิ่งแปลกปลอมหยอกล้อเขาอยู่ที่ช่องทางรัก



“จงอิน”



“ฉันจะอ่อนโยนกับนาย ฉันสัญญา”



เพราะด้วยความที่ว่าครั้งนี้เป็นครั้งแรกสำหรับเซฮุนและความบริสุทธิ์ของเขากำลังจะถูกพลัดพรากไปโดนคนที่เขายอมให้เอาไปแต่โดยดี ความเจ็บปวดที่แล่นจี๊ดเข้าสู่ร่างกายทำให้เซฮุนครางออกมาเพื่อระบายความเจ็บปวด แต่นั่นก็ยิ่งทำให้จงอินต้องระวังให้มากเดิม ปลายนิ้วที่กลืนหายเข้าไปในส่วนนั้นขยับช้าๆ เพื่อให้เซฮุนเจ็บน้อยที่สุด . . จงอินอ่อนโยนกับเขาเหลือเกิน อ่อนโยนจนเขาใจสั่น



“อ๊ะ..”



ปลายนิ้วหยุดนิ่งยามที่สะกิดโดนต่อมกระตุ้นความรู้สึกภายใน ทั้งสองสอดประสานสายตากันอีกครั้ง ก่อนที่จงอินจะเริ่มกลั่นแกล้งคนน่ารักโดยการสะกิดเข้าไปยังตำแหน่งนั้นซำๆ เพราะอยากได้เสียงร้องครางหวานๆ จากปากเซฮุน และนั่นก็ไม่ทำให้เขาผิดหวัง เซฮุนดีดดิ้นส่ายหน้าสะบัดไปมาจนกลุ่มผมแตกกระจาย พยายามเลื่อนกายหนีเพราะกลัวแต่จงอินยึดเอาค่อดเอาไว้มั่นด้วยมือข้างเดียว



“มันเจ็บ จงอิน”



“อย่าเกร็งสิที่รัก”



ที่รัก . . ที่รัก . . ที่รัก



เซฮุนกัดริมฝีปากแน่นยามที่ความร้อนแข็งขืนของคนตรงหน้าแทรกผ่านเข้ามาในร่างกายของตนเอง สีหน้าของจงอินเองก็ทรมานไม่แพ้กัน ช่องทางนั้นตอดรัดเขาถี่ๆ จนแทบจะปลดปล่อยออกมาทันทีที่ยังดันมันเข้าไปไม่สุดเสียด้วยซ้ำ ใบหน้าหล่อเหลาซบลงกับซอกคอหอมกรุ่นและเริ่มไล้ชิมอีกครั้งราวกับความต้องการไม่มีที่สิ้นสุด เขาพยายามทำให้เซฮุนผ่อนคลายเลิกตอดรัดจงอินน้อยของเขาเสียที แค่นี้เขาก็จะเป็นบ้าอยู่แล้ว



“เจ็บมั้ยคนดี”



“อื้อ. .”



เสียงเซฮุนขาดห้วงยามที่ช่วงล่างเริ่มขยับเบาๆ แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรทำให้เซฮุนแยกขาของตัวเองออกให้กว้างโดยไม่ต้องรอให้จงอินเป็นคนกำกับ เสือร้ายยกยิ้มมุมปากให้กับความน่ารักของคนตรงหน้าอีกครั้งก่อนจะมอบจูบให้รางวัลกับคนดีของเขา พร้อมกายเบื้องล่างที่เริ่มเร่งจังหวะขึ้นทีละนิด พร้อมมือทั้งสองข้างที่สอดประสานกันแน่นและกดลงไปบนเตียงยามที่จงอินขยับสวนกายกระแทกกระทั้น



“อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ”



“อืมม เซฮุน”



“จงอิน ฮ้า. .”



เสียงครางเรียกชื่อตนเองที่อยู่ข้างหูฉุดรั้งอารมณ์ของจงอินให้พุ่งทะยานสูงขึ้นไปอีกตนต้องเร่งจังหวะการสอดใส่ให้เร็วยิ่งขึ้น เซฮุนหวีดร้องออกมาอย่างเสียวซ่านเมื่อจงอินผละกายออกแล้วก็คว้าเขาที่เอวของเขาให้สอดรับกับจังหวะการกระแทกเบื้องหลาย มือบางกำผ้าปูที่นอนแน่นเพื่อระบายความรู้สึก ปลีน่องสวยถูกยกขึนพาดบ่าข้างหนึ่งก่อนจงอินจะก้มลงมาประทับจูบที่ริมฝีปากบางแล้วเร่งจังหวะให้หนักหน่วง



“จงอินนนนน”



“เซฮุนนา อ่า”



จงอินคำรามต่ำในลำคอออกมาพร้อมทิ้งกายลงทาบทับเซฮุนยามที่กายกระตุกปล่อยอารมณ์เข้าไปในร่างกายของเซฮุนระลอกใหญ่ เสียงหอบของคนทั้งคู่ดังขึ้นประสานกันจนแยกไม่ออก ร่างสูงดันกายขึ้นเพียงนิดเพื่อมองหน้าของคนที่อยู่ใต้ร่างให้ชัดๆ ลิ้นเล็กแลบเลียริมฝีปากแล้วก็กัดมันเอาไว้เบาๆ ช่วงเย้ายั่วอารมณ์เขาดีเหลือเกิน อดใจไม่ไหวให้จงอินต้องก้มลงไปมอบจูบล้ำลึกเสียแทน กายร้อนถูไถกันและกันไปมาจนส่วนนั้นแข็งขืนขึ้นอีกรอบ




ร่างสูงขยับกายท่อนล่างเบาๆ ราวกับหยอกเย้าคนตรงหน้า แต่เสียงครางหวานข้างหูพาอารมณ์ให้พุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง . .




“นี่ความฝันหรือเปล่า . . ฉันฝันไปหรือเปล่าเซฮุน”






*





แสงแดดที่สาดส่องผ่านหน้าตาบานใหญ่เข้ามาทำให้จงอินต้องขมวดคิ้วนิดๆ ยามที่มันรบกวนการนอนหลับ ร่างสูงลืมตาขึ้นช้าๆ ก่อนจะพบเห็นว่าตอนนี้มีใครอีกคนกำลังนอนหลับนิ่งอยู่ในอ้อมกอดของเขา เปลือกตาสีอ่อนช้ำ ปลายจมูกโด่งรั้นและริมฝีปากบางสีชมพู ความสวยงามของโลกใบนี้นอนหลับอยู่ตรงหน้าเขา . . โอเซฮุน



รอยรักสีกุหลาบที่ปรากฏอยู่บนลำคอระหงนั่นก็เกิดจากฝีมือของตัวเองทั้งสิ้น จงอินเอาแต่นอนพิจารณาใบหน้าของเซฮุนอยู่แบบนั้นจนเกือบจะสิบนาทีได้ ยิ่งมองก็ยิ่งหลงใหล . . ยิ่งชอบ ยิ่งอยากครอบครอง



“อืม . .”



“จงอิน”



“จงอิน . .”



พูดทั้งๆ ที่ก็หลับตาอยู่ แถมยังละเมออกมาเป็นชื่อเขาอีก น่ารักเสียจริงๆ . . ร่างสูงทนไม่ไหวก้มลงไปประกบจูบดังจ๊วบก่อนจะผละออกมาเรียกสติของคนที่กำลังหลับใหลให้ตื่นเต็มตา เซฮุนหน้าแดงวาบขึ้นอีกครั้งเมื่อใบหน้าของจงอินอยู่ห่างจากเขาไม่ถึงห้าเซนเสียด้วยซ้ำ



“ละเมอเรียกชื่อฉันด้วย ในฝันของนายมีฉันอยู่ใช่มั้ย”



“. . คือ”



“ใจฉันสั่นไปหมดแล้วเซฮุน . . ทำยังไงดี”



จงอินรั้งให้ร่างบางเข้ามาใกล้อีกจนริมฝีปากแตะกันเบาๆ แต่ก็ไม่มีการล้วงล้ำชิมความหวานแต่อย่างใด สายตาที่สอดประสานกันส่งผ่านความรู้สึกที่มีให้กันและกัน . .รู้ดีว่าเรื่องที่ทำกันอยู่มันเร็วมากสำหรับคนที่เพิ่งจะเริ่มต้นความสัมพันธ์กัน แต่เซฮุนกลับรู้สึกว่าทุกวินาทีที่ได้ใช้ร่วมกับจงอินมันดูเชื่องช้าเหลือเกินในความรู้สึก



“เย็นนี้จงอินจะกลับไปทำงานที่คลับอีกหรือเปล่าครับ”



“ไป” เซฮุนหลุบสายตาลงต่ำลง ไม่ปฏิเสธว่าเขาอยากครอบครองคนตรงหน้าเอาไว้คนเดียว



“ไปลาออก . . แล้วจะได้เริ่มหางานใหม่ซักที”



หัวใจของเซฮุนเต้นลิงโลดขึ้นด้วยความดีใจ แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่ครู่เดียวเท่านั้น . . เขากำลังทำให้จงอินลำบากหรือเปล่ากับการที่ต้องมาทำอะไรแบบนี้เพื่อเขา ไม่ใช่ว่าโง่จนไม่รู้ว่าที่จงอินลาออกน่ะเป็นเพราะใคร ถ้าเกิดว่ามันทำจงอินลำบากใจ เขาก็ยอมที่จะปล่อยให้จงอินกลับไปทำงานที่คลับ



“ผมทำให้คุณลำบากหรือเปล่าครับ”



“ฉันตั้งใจเอาไว้แล้วเซฮุน . . ไม่เป็นไรหรอก”



“ . . . มาทำงานกับผมมั้ย”



จงอินเลิกคิ้วสูง มองคนในอ้อมกอดของตัวเองให้ชัดๆ อีกครั้งราวกับตั้งคำถามอยู่ในสายตา



“ไม่ต้องไปทำงานที่อื่น . . จงอินแค่มาอยู่กับผม มาช่วยผมทำงานที่ร้านนี้ แล้วผมจะให้เงินเดือน”



“เซฮุน . . อย่าใจดีจนเกินไปหน่อยเลย ฉันไม่ใช่คนดีอะไรขนาดนั้นหรอก”



“ผมไม่เคยคิดแบบนั้นนะครับ”



“แต่ฉันคิด . . คนอย่างฉันมันไม่มีอะไรดีเลยซักนิด ทำงานกลางคืนกับอาชีพที่ต้องใช้ร่างกายกับคนมากหน้าหลายตา มันไม่ได้บริสุทธิ์อะไรเลย น่ารังเกียจออกจะจาย . . ฉันขอโทษที่ทำให้ร่างกายของนายต้องแปดเปื้อนก็เพราะฉัน เซฮุนนา . .ฉันขอโทษ”



เซฮุนเคลื่อนกายเข้ามาทาบทับร่างแกร่งของจงอินเอาไว้พร้อมกับก้มลงให้ปลายจมูกโด่งรั้นคลอเคลียกันเบาๆ ท่าทางในยามที่เซฮุนคร่อมทับหน้าท้องแกร่งของเขาเอาไว้ทำให้เขาใจสั่นไปเสียหมด อีกทั้งหยาดน้ำใสที่ไหลออกมาจากหางตานั่นอีก . . ไม่รู้เหมือนกันว่าเซฮุนร้องไห้ทำไม



“ผมไม่เคยมองคนที่ร่างกายหรือภายนอก สิ่งที่ผมกำลังมองหามันคือความจริงใจจากใครซักคนที่พร้อมจะเข้ามาใช้ชีวิตร่วมกันกับผม ผมกำลังขอร้องคุณ . . จงอิน ได้โปรดอยู่กับผม อย่าหายไปให้ใจผมเจ็บปวดกับการรอคอยที่ไม่มีวี่แววว่าคุณจะสนใจผมแบบนั้นอีกได้มั้ย”



“เซฮุน”



หยาดน้ำใสร่วงหล่นลงบนใบหน้าของจงอิน . . เจ็บปวด เหมือนหัวใจมันแตกออกเป็นเสี่ยงๆ



“ได้โปรดเถอะครับ . . ชีวิตผมอยู่อย่างเดียวดายมามากพอแล้ว ผมอยากอยู่กับคุณ อยากมีคุณอยู่ข้างๆ”



“. . .”



“ผมยอมจ่ายให้คุณหมดทุกอย่างเพื่อแลกกับการรั้งให้คุณทำงานกับผมที่นี่”



จงอินรั้งต้นคอของเซฮุนให้โน้มลงมาใกล้ๆ ก่อนจะประคองใบหน้าหวานเอาไว้ในมือ ปลายนิ้วไล่เช็ดไปเบาๆ ตามปรางค์แก้มที่เปรอะเปื้อน รอยยิ้มอ่อนโยนของจงอินพาเอาใจดวงน้อยของเซฮุนสั่นไหวอย่างบ้าคลั่ง




“ตกลง ฉันจะมาทำงานกับนาย จะมาอยู่กับนาย”




“ฮึก . .”




“แต่ว่าฉันน่ะ ชอบทำงานกะกลางคืนมากกว่านะ . . แต่ลองเปลี่ยนมาทำกะกลางวันได้ก็น่าจะโอเค”




ร่างสูงไม่รอให้เซฮุนได้พูดอะไรตอบและจัดการปิดปากนุ่มด้วยริมฝีปากของตนเอง บดเบียดเค้าคลึงอย่างหยอกเย้าและพลิกกายให้ตนเองเป็นฝ่ายคร่อมทับกลืนกินความหวานนั้นให้มากกว่าเดิม




“ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ เจ้านาย . .”










“อ๊า . . จงอิน”




นายคือวาเลนไทน์ที่ดีที่สุดของฉัน เซฮุน . .



.


.



ขอบคุณนะ . . จงอิน
















อ่านเสร็จแล้วรบกวนทิ้งคอมเม้นท์ในที่ในบล็อกนี้
หรือ . . [ X ] < จิ้มเบาๆ เพื่อกลับไปคอมเม้นท์ที่เด็กดีคะ

ขอบคุณที่ตามนะคะ
MRBRIGHTSIDE94

OS : MINE

TITLE : MINE
PARING : JONGIN X SEHUN
RATING :
NC-17
THEME SONG : MINE – BEYONCE’ FT. DRAKE < ควรฟังประกอบการอ่านด้วยคะ
เพราะจะได้เข้าถึงอารมณ์ที่เราจะสื่อมากขึ้น (?) เอาน่าที่รัก . . กดฟังเลยๆ บังคับ

HASHTAGS : #KHMINE FOR ALL TWITTER USERS














I JUST WANNA SAY YOUR MINE , ALL MINE





.

.

.






ไม่รู้เพราะเหตุอันใดถึงทำให้คิมจงอินนั่งทอดกายมองกระจกห้องน้ำในห้องชุดโรงแรมหรูแห่งนี้ที่ได้ชื่อว่าเป็นของคนรักตัวเองได้อยู่นานสองนาน กระจกใสบานใหญ่ที่สามารถมองเห็นทุกการกระทำของคนที่อยู่ด้านในโดยที่คนใช้อยู่ไม่มีทางรู้ตัวนอกเสียจากว่าจะกดปุ่มให้ม่านลดลงมา . . รอยยิ้มมุมปากแสนทรงเสน่ห์ปรากฏอีกครั้งเมื่อเห็นโอเซฮุนบรรจงถอดเสื้อผ้าออกทีละชิ้นอย่างเชื่องช้าและยั่วยวนในเวลาเดียวกัน การกระทำทุกอย่างดำเนินไปตามปกติที่เคยเป็นโดยที่หนุ่มร่างบางไม่มีทางรู้ได้เลยว่าคนรักเข้ามาในห้องตอนไหนและเริ่มดูเขาอยู่นานแล้ว



ผิวสีขาวราวกับน้ำนมและช่วงตัวที่ดูสง่าบอบบางทำให้จงอินที่เคยครอบครองหลายต่อหลายครั้งมีอาการลมหายใจสะดุดที่ได้จ้องมอง และมันก็เป็นเหมือนกับทุกคนที่ได้รู้จักกับเซฮุน เพียงแค่เดินผ่านเท่านั้นก็สามารถทำให้ใครหลายคนยอมสยบแทบเท้าคลานเข่าเข้ามาหาและพร้อมทำตามทุกอย่างหากเซฮุนแค่เอ่ยปากขอ . . เสน่ห์เหลือร้ายเหลือล้นจริงๆ คนรักของคิมจงอิน ปลายนิ้วบดเบียดถูไถริมฝีปากหนาของตนเองอยู่เพียงครู่เมื่อเห็นเซฮุนบิดกายบางไปมาราวกับยั่วยวนเขาอยู่ในท่าที . . เห็นแค่นี้ก็ทนไม่ไหวแล้วเหมือนกัน



โอเซฮุนไม่เคยรู้ตัวหรอกว่าการกระทำหลายอย่างที่เคยทำลงไปมันทำให้ใจของคนที่อยู่รอบข้างตกหลุมรักเขาจนโงหัวไม่ขึ้น หลายต่อหลายครั้งก็ลำบากจงอินที่ต้องคอยจัดการออกให้ห่างทีละคนและแสดงให้รู้ว่าหนุ่มน้อยแสนยั่วยวนคนนี้มีเจ้าของแล้วนั่นคือเขา โลกทั้งใบนี้คงไม่มีใครเหมาะสมกับเซฮุนมากไปกว่าตนเองแล้วจริงๆ ชายหนุ่มผิวสีน้ำผึ้งแสนเสน่ห์ก้มลงมองที่แหวนประดับอยู่บนนิ้วก้อยของตัวเองอยู่อย่างพิจารณา . . ถึงเวลาเสียทีที่เขาจะทำอะไรอย่างที่ใจตัวเองต้องการ



จงอินนั่งทอดกายมองเซฮุนผ่านกระจกอยู่ต่อเพียงไม่กี่นาทีก่อนเจ้าตัวจะหายเข้าไปห้องอาบน้ำซึ่งนั่นก็ทำให้เขาไม่สามารถมองวิวที่สวยงามนั่นเห็นอีก ร้อนกายร้อนใจตั้งแต่เห็นเซฮุนถอดเสื้อนั่นแล้วจึงรีบจัดการปลดอาภรณ์ที่ปกปิดร่างกายอยู่ด้วยความรวดเร็วพร้อมกับอารมณ์บางอย่างที่พุ่งสูงขึ้น ท่อนขาแกร่งก้าวเข้ามาในห้องน้ำด้วยความแผ่วเบา เสียงน้ำกระทบพื้นสม่ำเสมอทำให้จงอินยกยิ้มมุมปาก หันมองมาแผ่นอกแกร่งของตัวเองที่กระจกเงาเพียงนิดก่อนจะหันหลังกลับไปเปิดประตูห้องอาบน้ำที่บัดนี้เกิดฝ่าเกาะกระจงหนาตาเบาๆ



แผ่นหลังขาวเนียนปรากฏอยู่ตรงหน้าโดยที่เจ้าตัวไม่ได้รู้เรื่องเลยว่ามีใครอีกคนเข้ามาเพื่อหมายจะช่วยอาบน้ำ หยาดน้ำเม็ดใสที่เกาะอยู่ตามแผ่นหลังสะท้อนกับไฟสีส้มสลัวเหนือหัวดูแล้วช่วงสวยงามเหลือเกิน กลิ่นหอมของสบู่และไอน้ำร้อนฟุ้งกระจายไปทั่วห้องน้ำ เซฮุนยืนลูบไล้กายตัวเองอย่างเชื่องช้าเรียกสายตาของจงอินให้ก้มลงพิจารณาตามที่ละส่วน แผ่นหลังขาว ช่วงเอวค่อดกิ่ว สะโพกผายและบั้นท้ายแสนงอน ได้แต่กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่และกัดปากเอาไว้เพื่อระงับอารมณ์ . . แต่ก็อดใจไม่ไหวจนต้องส่งมือไปลูบเบาๆ ด้วยความหมั่นเขี้ยว



“อ๊ะ ..”



ตกใจอยู่เพียงครู่แต่พอหันหน้ามาเห็นว่าเป็นใครเซฮุนก็ได้แต่ปล่อยให้จงอินเล่นกับร่างกายตนเองได้อย่างย่ามใจ ปล่อยตัวปล่อยกายพิงอกแกร่งที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง หลับตาลงปล่อยให้สายน้ำอุ่นไหลผ่านร่างกายและครางแผ่วเบายามที่มือสากทั้งสองข้างลากผ่านแผ่นอก หน้าท้องบางและลงไปยังส่วนกลางลำตัวลูบไล้แผ่วเบาอย่างหยอกเย้า ริมฝีปากหนากดจูบลงบนลาดไหล่บาง ดูดดึงจนเกิดรอยแดงอ่อนๆ ก่อนจะเลื่อนมาสูงขึ้น และสูงขึ้นจนกระทั่งเซฮุนต้องเอียงคอเล็กน้อยเพื่อให้จงอินกลืนกินแอ่งชีพจรของเขาด้วยริมฝีปากร้อน



“จงอิน..”



เซฮุนเกร็งตัวให้ยืนตรงและหันหน้ามามองจงอินให้เต็มสองตา เส้นผมสีดำขลับเปียกลู่ลงแนบใบหน้าแต่เจ้าของมันก็ทำเพียงแค่เสยขึ้นไปเบาๆ เท่านั้น นัยน์ตาคมขลับสีดำที่จ้องมองลงมาก็พบเห็นเพียงแค่เงาสะท้อนตัวเองอยู่ในนั้น และสิ่งสุดท้ายที่เขาหลงใหลที่สุดในชีวิตนี้ . . ริมฝีปากของคิมจงอิน ปลายนิ้วเรียวสัมผัสลงไปเบาๆ ก่อนจะก้าวให้ตัวเข้าไปใกล้ชิดกับร่างสูงให้มากขึ้นไปอีก ท่อนแขนแกร่งโอบกอดเอวค่อดให้แนบชิดสนิทกับกายตัวเอง ก่อนจงอินจะก้มลงดูดดึงริมฝีปากบางที่ลอยเด่นอยู่ตรงหน้าอย่างอ่อนโยน



สายน้ำอุ่นไหลผ่านร่างกายของคนทั้งสองที่กำลังนัวเนียกันด้วยความอ่อนโยน ท่อนแขนเรียววาดโอบรอบต้นคอแกร่งอย่างเชื่องช้าในยามที่ขยับเปลี่ยนองศาแห่งการดูดกลืน ปลายลิ้นทั้งสองหยอกล้อกันมาเพื่อควานหาความหอมหวานแห่งโอเซซิสของตนเอง ปลายนิ้วแทรกผ่านกลุ่มผมเปียกและขยำอย่างควบคุมอารมณ์ที่ค่อยๆ ทะยานสูงขึ้นตามการกระทำ มือแกร่งเปลี่ยนจากการโอบรัดเอวค่อดกิ่วเป็นการลูบไล้ตามสีข้างเบาๆ เซฮุนตัวสั่นราวกับว่าร่างของตัวเองกำลังไร้เรี่ยวแรง สองขายาวก้าวถอยหลังช้าๆ จนกระทั่งแผ่นหลังแนบชิดกับกำแพงหินอ่อนสีดำ



“ . . . ”



ไม่มีน้ำเสียงใดหลุดออกจากริมฝีปากทั้งคู่ มีเพียงสายตามที่มองสอดประสานผ่อนลมหายใจแผ่วเบาให้กันและเสียงของน้ำที่กระทบกับพื้นก็เท่านั้น เซฮุนผิงตัวกับกำแพงทางด้านหลังพลางใช้ปลายนิ้วเกลี่ยผมที่ปรกใบหน้าจงอินเล่นไปมา พร้อมกับจงอินที่ลากปลายนิ้วผ่านลำตัวของเซฮุนช้าๆ ราวกับยั่วยวนและกระตุ้นอารมณ์ ริมฝีปากหนาถูกขบกัดเอาไว้เพื่อระงับอารมณ์ไม่ล้ำหน้าไปกว่าการกระทำของตนเอง . . ทั้งสองสอดประสานสายตาเข้าหากันอีกครั้งเพื่อบอกเล่าความรู้สึกต่างๆ ที่กักเก็บเอาไว้ภายใน รักเหลือเกิน . . รักจนจะเป็นบ้าตายถ้าหากเห็นคนตรงหน้าตกไปเป็นของคนอื่น



กายที่ชุ่มเปิยกบดเบียดเข้าหากันอย่างแนบชิด ปลายนิ้วสากสัมผัสแผ่วเบาบนริมฝีปากนุ่มที่วินาทีต่อมาเซฮุนก็ส่งลิ้นร้อนมาแตะเบาแล้วก็ดูดดึงปลายนิ้วนั่นราวกับเป็นไอศครีมแสนหวาน จงอินยกยิ้มกับการกระทำราวกับแมวอ้อนแบบนั้น . . คงจะรู้ตัวแล้วว่าที่เขาทำแบบนี้ไม่พูดไม่จาอะไรคงไม่ได้หวังแค่มาช่วยอาบน้ำอย่างเดียว จงอินดึงปลายนิ้วออกจากปากแมวขี้อ้อนเบาๆ ก่อนจะแทนที่ด้วยลิ้นร้อนของตนเอง



รสจูบที่เต็มไปด้วยความร้อนแรงและวาบหวามถูกส่งให้กับเซฮุนผู้ที่ได้แต่ร้องอื้ออึงกับการกระทำนั้น แต่ก็ยังพอมีแรงที่จะส่งลิ้นเล็กของตัวเองออกไปตอบโต้บ้างเป็นครั้ง ซึ่งนั่นก็ยิ่งทำให้จงอินได้ใจดูดกลืนให้หนักขึ้นกว่าเดิมพลางขยับเปลี่ยนองศาการช่วงชิงลมหายใจให้หนักหน่วงขึ้นกว่าเดิมจนเซฮุนต้องทุบลาดไหล่แกร่งเบาๆ เพราะขาดอากาศที่จะหายใจ



“อ๊า . .”



ใบหน้าหวานเชิดขึ้นพร้อมกับความเจ็บที่แล่นริ้วขึ้นมากจากเบื้องล่างยามที่ท่อนขาเรียวของตนเองถูกจงอินยกขึ้นให้เกาะเกี่ยวเอวแกร่งของตนเองเอาไว้และส่งปลายนิ้วที่เปียกชุ่มมาหยอกล้อที่ช่องทางรักของตนเอง ร่างสูงได้โอกาสจึงตรงเข้าครอบครองลำคอหอมกรุ่นที่ถึงแม้ว่ายามนี้จะชุ่มเปียกแต่ความหนาวก็ยังไม่ไหลผ่านไปกับสายน้ำ ปลายนิ้วแกร่งขยับอย่างเชื่องช้าเพื่อปรับอารมณ์ให้คนตรงหน้า เซฮุนจิกปลายเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างของจงอินราวกับระบายความเสียวซ่าน เสียงครางกระเส่าดังขึ้นอีกครั้งยามที่จงอินขยับปลายนิ้วเร็วๆ



“จง . .อิน อ๊า!”



ท่อนขาเรียวที่ไร้เรี่ยวแรงแทบจะหลุดออกจากเกาะเกี่ยวเอวแกร่งเอาไว้อยู่รอมร่อ แต่จงอินก็ไม่รอช้ายกกายของเซฮุนให้สูงขึ้นพร้อมกับร่างบางที่รู้ว่าตัวเองควรทำอย่างไร สองขาเรียวเกาะเกี่ยวเอาแกร่งเอาไว้อย่างแน่นหนาพร้อมกับร่างสูงที่ดันเบียดร่างกายเข้ามาเพื่อไม่ให้เขาไหลพรืดลงไปกองบนพื้น สองแขนโอบรัดต้นคอแก่งที่กำลังดูดกลืนยอดอกสีชมพูดอยู่อย่างแนบแน่น ใบหน้าของเซฮุนในยามนี้ดูยั่วยวนเหลือเกิน . .ริมฝีปากที่เผยอออกเล็กน้อยยามที่ระบายลมหายใจวาบหวามและเปลือกตาสีอ่อนนั่น ถ้าเกินว่าจงอินได้เห็นคง . .



“ไม่ไหวแล้วเซฮุน” เสียงแหบพร่าของจงอินดังขึ้นเป็นครั้งแรกให้เซฮุนได้ยินตั้งแต่เข้ามาในห้องน้ำ



“. . ฉันพร้อมแล้ว” เขาเองก็ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงครางกระเส่าไม่แพ้กัน



“ . . ฮึกก!”



เพราะการเบิกทางที่ยังไม่ได้ทำให้คุ้นชินกับสิ่งใหญ่กว่านั้นทำให้เซฮุนต้องกัดหัวไหล่ของจงอินเอาไว้เพื่อระบายความเจ็บปวด เสียงครางต่ำในลำคอของจงอินเป็นตัวบ่งบอกได้ดีกว่าช่องทางนั้นมันคับแน่นและทรมานเขามากขนาดไหน เสียงหอบกระเส่าที่ดังขึ้นข้างหูก็มีแต่จะเร่งให้จงอินดันท่อนเนื้อแข็งเข้าไปเร็วๆ จนกระทั่งแนบสนิทกับบั้นท้ายงอนงามที่มือของตนเองรองรับเอาไว้อยู่ เสียงครางยาวของเซฮุนหลุดให้เขาได้ยินที่ข้างหู


“เจ็บมั้ย . . ขอโทษ”


“ไม่เจ็บ . . ไม่เจ็บเลย”


น้ำเสียงแว่วหวานที่เอ่ยบอกอดไม่ได้ที่จะมอบจูบหวานๆ ให้เป็นรางวัลแห่งความน่ารัก ทั้งสองแลกลิ้นกันอยู่เพียงครู่หนึ่งก่อนจงอินจะเริ่มขยับสะโพกแกร่งช้าๆ กายของเซฮุนที่เสียดสีไปกับผนังเปียกเลื่อนขึ้นเลื่องลงสลับกันยามที่จงอินควงสะโพกเข้ามาในร่างกายของตน เซฮุนโอบกอดจงอินเอาไว้นานราวกับกลัวว่าตนเองจะตก
เสียงครางหวานลากยาวขึ้นอีกครั้งเมื่อจงอินเร่งจังหวะการสอดใส่ให้เร็วยิ่งขึ้นกว่า ปลายเท้าที่เกี่ยวกันเอาไว้เกร็งจนเจ็บไปหมด แต่นั่นก็เทียบไม่ได้กับความเสียวซ่านที่เกิดขึ้นที่ท้องน้อยเลยจริงๆ



จังหวะกระแทกกระทั้นเป็นไปอย่างรวดเร็วแต่ก็ยากลำบากอยู่เช่นกัน สองขาแกร่งของจงอินที่รับน้ำหนักเซฮุนเอาไว้ทั้งหมดเริ่มสั่นคลอน แรงที่มีอยู่ก็ใช้กระแทกกายใส่ช่องทางรักนั้นจนแทบยืนไม่อยู่แล้วจึงตัดสินใจดึงแกนกายออกช้าๆ และค่อยๆ ย่อตัวลงและวางร่างของเซฮุนไว้บนพื้น ร่างบางหอบหายใจหนักหน่วงทันทีที่ได้นั่งบนพื้น ดวงตาปรือปรอยไปด้วยอารมณ์ที่คุกกรุ่นอยู่ภายใน ริมฝีปากบางถูกขบกัดเอาไว้ยามที่ตนเองผ่อนลมหายใจ



จงอินมองการกระทำที่แสนยั่วยวนนั่นอย่างพิจารณาในท่าที มือแกร่งทั้งสองข้างจับข้อเท้าของเซฮุนให้แยกออกกว้างก่อนจะเองจะแทรกกายเข้านั่งคุกเข่าอยู่ตรงกลางระหว่างขาขาวนั่นแทน ร่างบางที่ตอนนี้ผ่อนลมหายใจเข้าออกเป็นจังหวะปกติแล้วก็ได้แต่ส่งสายตายั่วยวนมาให้คนที่นั่งอยู่สูงกว่าตน มือขาวลูบไล้ผ่านแผ่นอกแกร่ง บีบเค้นเอวหนาเล็กน้อยก่อนจะผงกขึ้นไปไล้เลียติ่งไตสีเข้มที่ประดับอยู่บนอกแกร่งของคนรัก


“อืมม ..”


ร่างสูงได้แต่ท้าวแขนกับกำแพงด้านหลังเอาไว้เพื่อพยุงตัวเองไม่ให้ทรุดนั่งลงไปกับการยั่วยวนของเซฮุน แมวน้อยไล้เลียอกแกร่งของเขาไปทั่วจนเผลอลืมรู้สึกว่าตอนนี้จงอินได้สอดใส่แกนกายเข้ามาที่ช่องทางรักช้าๆ อีกครั้ง เซฮุนละใบหน้าออกจากหน้าแผ่นอกแกร่งแล้วกลับไปนั่งทำหน้าเหยเกด้วยความเจ็บปวดตามเดิมจนกระทั่งจงอินส่งตัวเองเข้ามาจนสุดความยาว เซฮุนแยกแข้งแยกขาออกให้ห่างกว่าเดิมเพื่อกอดให้จงอินเข้ามาแนบชิดกายและจะได้ทำอะไรให้สะดวกๆ กว่าเดิมจนจงอินต้องก้มลงไปกระซิบข้างหูว่าวันนี้เซฮุนช่างยั่วเขาเหลือเกินแต่ดวงตาหวานก็รีบมองค้อนกลับมาและตอบด้วยประโยคที่เรียกเสียงหัวเราะเบาๆ จากร่างสูง


แล้วใครละที่เข้ามาถึงไม่พูดไม่จา จับเขากระแทกๆ เอาอยู่แบบนี้


“ฉันยั่วนายตอนไหนกัน”


“ทุกตอน . . ทุกเวลาเลย


พูดจบประโยคด้วยน้ำเสียงหวานหูและไม่รอให้คนตรงหน้าได้โต้ตอบ จงอินก็ประคองหน้าหวานขึ้นมาประกบจูบหนักหน่วงพร้อมกับช่วงล่างที่ขยับกายอย่างรวดเร็วเสียจนเซฮุนตัวคลอนตามไปด้วย เซฮุนได้แต่ส่งเสียงครางอื้ออึงผ่านลำคอก็เท่านั้น ระบายความเซียวซ่านโดยการจิกเล็กไปบนเอวแกร่งเบาๆ . . เขาไม่เคยนึกโกรธจงอินเลยที่ชอบทำแบบนี้ เดินเข้ามาหาเขาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ไม่มีคำพูดคำจาต่อกัน จะมารู้ตัวอีกทีตัวเองก็มานอนราบตัวสั่นคลอนให้คนรักขย่มกายใส่แบบนี้ . . ตลอด แต่ก็ชอบเหลือเกิน ชอบมากเสียด้วย



อารมณ์ที่พุ่งขึ้นสูงฉุดไม่อยู่ส่งผลให้จงอินต้องรีบถอนแกนกายออกมาด้วยความรวดเร็ว ปรับเปลี่ยนท่าทางของเซฮุนที่จากการนั่งอ้าขาเป็นคุกเข่าลงกับพื้นหันหน้าเข้าหากำแพงแทน ท่อนแขนขาวยันกำแพงเอาไว้เพื่อทรงตัวยามที่จงอินสอดใส่แกนกายเข้ามาอีกครั้งแล้วกระแทะกระทั้นเข้ามาเสียจนเซฮุนเข่าสั่นเพราะความเสียวซ่านไปหมด ร้อนแรง . . ร้อนแรงจนต้องใช้มือขาวลงมาช่วยตัวเองเบาๆ ร้ายจริงๆ นะจงอิน . . ไม่สนใจเขาเลย



“จูบหน่อยสิเซฮุน”



ร่างบางเบี่ยงหน้าไปข้างหลังเพียงนิดเพื่อรับรสจูบจงอินมอบมาให้ กายแกร่งก็ยังคงรักษาระดับการสอดใส่ได้อย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง มีบางที่เซฮุนครางเสียงหลงออกมาเมื่อจงอินส่วนปลายของจงอินสัมผัสเข้าที่จุดกระสั่นภายใน ซึ่งพอได้ยินแบบนั้นแล้วจงอินก็ได้ใจใหญ่ ร่างสูงครางต่ำในลำคอและกระแทกกายเน้นหนักเพื่อกลั่นแกล้ง ให้เซฮุนครางออกมาด้วยความเสียวซ่าน เขาเกือบจะตายอยู่แล้ว . . แต่ทว่ามันก็มีความสุขเหลือเกิน


“อย่าแกล้ง . .”



เพราะได้ยินเสียงครางหวานหูแบบนั้นนานเข้า จงอินก็เริ่มรู้สึกว่าอารมณ์ตนเองจวนจะระเบิดเต็มที่เปลี่ยนจากการโอบกอดเอวค่อดเป็นการขยำเข้าที่เอวทั้งสองข้างแล้วสอดใส่กายเข้ามาด้วยความรวดเร็วแทน เซฮุนถอยกายออกห่างจากกำแพงเพราะแรงดึงจากทางด้านหลัง ได้แต่ท้าวท่อนแขนลงกับพื้นเปียกน้ำและแอ่นสะโพกรับกับจังหวะที่จงอินกระแทกกายสอดใส่ลงมา หัวเข่าที่สั่นคลอนและเปียกลื่นทำให้เข่าแยกออกห่างจากกันช้าๆ และนั่นก็ยิ่งทำให้จงอินถลำลึกเข้ามาในตัวเขาจนแทบจะเป็นบ้า



“อ๊ะ อ๊ะ อ๊า . . จงอิ๊น!”



“อ่า . . เซฮุน!”



จงอินกระแทกกายใส่บั้นท้ายงอนงามอยู่อีกไม่กี่จังหวะก็ปลดปล่อยกามอารมณ์ออกมาจนเอ่อล้นช่องทางรักสีชมพูสดออกมา ทิ้งกายลงกอดกับคนที่ยันกายกับพื้นช้าๆ เพื่อระบายลมหายใจแห่งความเหนื่อยอ่อน แต่ทว่าเสียงครางซี๊ดปากจากเซฮุนทำเอาเขาต้องรีบมอง . . แย่แล้ว เซฮุนขยับมือสั่นขึ้นลงช้าๆ เพื่อช่วยเหลือตนเองที่ยังไม่ปลดปล่อยออกมา จงอินยันกายลุกนั่งและถอดแกนกายที่ได้รับการปลดปล่อยออกช้าๆ แล้วรั้งร่างบางของเซฮุนให้ลุกขึ้นนั่งหันหลังพิงกำแพงอีกครั้ง


“ใจร้าย . . เสร็จก่อนได้ไง”


ต่อว่าจงอินด้วยเสียงอ่อนเพราะความเหนื่อย จงอินเองก็อดไม่ได้ที่จะหอมแก้มนิ่มนั่นเบาๆ เพราะความน่ารักล้นเหลือที่ของเซฮุน เสียงแหบพร่าของจงอินก้มลงกระซิบที่ข้างหูเพื่อขอโทษ และการกระทำต่อจากนี้ก็เพื่อการไถ่โทษที่ทิ้งเซฮุนไว้อยู่เบื้องหลัง สองมือแกร่งจับท่อนขาขาวแยกออกกว้างอีกครั้งก่อนจะก้มลงจูบตามความยาวของแผ่นอกบาง . . ต่ำลง ต่ำลง จนกระทั่ง . .



เซฮุนจิกปลายเท้าลงกับพื้นห้องน้ำพร้อมใบหน้าที่เชิดขึ้น เมื่อความอุ่นร้อนเข้าครอบครองตนเองด้วยความรวดเร็ว ทั้งลิ้นที่หยอกล้อส่วนปลายนั่นไหนจะฟันที่ครูดไปตามความยาวที่จงอินกำลังทานไอศครีมรสที่ตัวเองชอบอยู่ เซฮุนกำลังจะตายเพราะความยั่วยวนของคนตรงหน้า มือขาวซีดที่ขยุ้มกลุ่มผมเปียกนั่นเพื่อระบายความวาบหวามที่อยู่ในอก จงอินเงยหน้าขึ้นมามองเซฮุนเพียงนิดแต่ก็รีบหลบตาแน่นเมื่อมือเล็กฟาดลงมาบนไหล่หนา



ใครที่สอนให้เงยหน้ามองตอนที่ไอ้นั่นยังคาปากตัวเองอยู่ฮะ จงอิน!



ได้แต่คิดในใจเพราะเรี่ยวแรงตอนนี้แทบจะไม่มีให้ครางออกมาแล้วเสียด้วยซ้ำ ใบหน้าสวยเชิดขึ้นเมื่อเบื้องล่างนั้นจงอินกำลังปรนเปรอให้อยู่อย่างถึงใจ อดไม่ได้ที่ก้มลงไปมองในยามที่จงอินกำลังกลืนกินตัวเองอยู่แต่ก็คิดผิด . . ภาพเหล่านั้นแทบจะทำให้เซฮุนหัวใจวายรอมร่อ กลุ่มผมสีดำทีขยับขึ้นลงไปมาพร้อมปลายลิ้นที่เกี่ยวกระหวัดและฟันคมที่ครูดลงไปตามความยาว . . อืม ดีจริงๆ



จงอินเร่งจังหวะการกลืนกินให้เร็วขึ้น เมื่อเซฮุนจิกกลุ่มผมเข้าลงมาอย่างเต็มแรงบ่งบอกอาการทนไม่ไหวเจียนจะขาดใจ มือแกร่งที่ประคองท่อนเนื้อสีอ่อนก็ขยับรูดรั้งช่วยเหลือให้เซฮุนปลดปล่อยออกมาไวๆ และนั่นความฝันของเซฮุนก็ขาวโพลนไปหมดเมื่อปล่อยออกมาเสียเต็มโพรงปากของจงอินพร้อมกับเสียงครางยาว แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ร่างสูงรังเกียจแต่อย่างใด กลืนมันลงคอไปหมดนั่นนั่นแหละ . . เซฮุนทิ้งตัวหายใจหอบตัวโยนเพราะความสูงสม เห็นแล้วก็อดไม่ได้ที่จะเข้าไปใกล้ๆ คลอเคลียนัวเนียกับจอมใจของตัวเอง



“อาบน้ำกัน” เสียงแหบพร่าของจงอินกระซิบคนที่นอนพิงกำแพงตาปรือปรอย



“. . อาบให้ด้วย” ตอบออกมาทั้งๆ ที่หลับตาอยู่นั่นแหละ



จงอินยิ้มขำอยู่เพียงครู่ ปล่อยให้เซฮุนผ่อนหายใจเข้าออกปกติเสียก่อนจะจับตุ๊กตาตัวนี้ยืนลุกขึ้นเพื่อชำระร่างกาย แต่การอาบน้ำของจงอินก็ไม่ธรรมดาอยู่แล้ว เสียงครางเบาๆ นั่นก็เป็นตัวบอกได้ดีในตัวเอง เดือดร้อนจงอินที่ต้องคอยปรามเอาไว้ไม่ให้ครางเพราะเดี๋ยวอะไรๆ มันก็ตื่นอีก ไม่ได้อาบน้ำกันพอดี . . ซึ่งเซฮุนเองก็ยอมทำตามอย่างว่าง่าย ยืนนิ่งให้จงอินเช็ดตัวที่เปียกไปมาและโดนอุ้มออกมาวางแหมะบนเตียงหลังนุ่ม



“หมดแรงแล้ว”



เซฮุนร้องปฏิเสธยามที่จงอินก้มลงครอบครองซอกคอสวยของตนเองอีกครั้ง ร่างสูงที่ท้าวแขนคร่อมทับอยู่ทางด้านบนส่งสายตาอ้อนวอนมาให้เซฮุนได้เห็น ไปไหนไม่รอด . . ร้ายเหลือเกิน ทำไมถึงชอบมองเขาแบบนี้กันนะ ใช่ มันคือจุดอ่อนของเขา ยิ่งเวลาอยากได้อะไรแล้วใช้สายตาแบบนี้มอง . . เขารีบไปหามาประเคนให้แทบไม่ทัน จงอินมองคนที่อยู่ใต้ร่างด้วยสายตารักใคร่ ส่งมือมาเกลี่ยผมเปียกของเซฮุนเบาๆ อดไม่ได้ที่จะให้เซฮุนเอ่ยถาม



“วันนี้เป็นอะไร แปลกไปนะ”



“ไม่ได้เป็นอะไรหรอก แค่อ่านข่าวแล้วเจออะไรนิดหน่อย”



“ข่าวอะไร?”



จงอินส่ายหน้าเป็นการปฏิเสธแทน เพราะรู้ดีว่านั่นคงเป็นเรื่องไร้สาะที่จะถูกหยิบยกมาพูดในเวลาแบบนี้ ข่าวที่โอเซฮุนไปทานข้าวกับเศรษฐีรายใหญ่อีกหนึ่งคนเพราะธุรกิจโรงแรมของคนตรงหน้า มันไม่ได้มีอะไรผิดแปลกไปหรอก ก็แค่ข่าวสังคมธุรกิจก็เท่านั้น และก็เพราะจงอินรู้ดีอยู่แล้วว่าไม่มีอะไรอีกทั้งไม่ว่าเวลาเซฮุนจะไปไหนมาไหนก็บอกเขาตลอดและถ้าหากเขาว่างก็จะตามไปอารักขาคนสวยของเขาตลอดอยู่แล้ว



“ . . เซฮุน”



“. . .”



“แต่งงานกันนะ”



ยังไม่ทันที่เซฮุนจะตอบเขาก็ต้องอ้าปากข้างด้วยความตกใจเพราะรู้สึกได้ถึงความเย็นของโลหะเข้ากระทบกับปลายนิ้ว แหวนเพชรเนื้อดีหลายกะรัตปรากฏอยู่บนนิ้วนางข้างขวา ร่างบางมองจงอินและแหวนสลับกันไปมาด้วยสายตางงงวยปนประหลาดใจ ไม่เคยคุยเรื่องแบบนี้มาก่อนเลยจริงๆ แล้วพอมาเจออะไรแบบที่ตัวเองไม่คาดคิดเอาไว้ก็ทำให้เซฮุนไร้คำพูดใดๆ ออกมา มีเพียงความดีใจที่วิ่งแล่นอยู่ในห้วงอก หยาดน้ำใสไหลลงที่หางตาบ่งบอกถึงความรู้สึกร่างบางได้ดี



“จงอิน . .”



“ฉันรักนายนะเซฮุน รักมากจนมองคนอื่นไม่ได้แล้ว”



“. . .”



“เรามาอยู่ด้วยกันไปจนตายเลยเถอะ”



“ฉันก็รักนาย . .จงอิน”



ร่างบางโอบกอดรอบคอจงอินจนซุกไปกับอกหอมกรุ่นของตนเอง ดีใจเหลือเกิน ดีใจจนพูดไม่ออก ไม่คิดไม่ฝันว่าในชีวิตนี้จะมีใครรักเขามากมายขนาดนี้ ผู้คนส่วนใหญ่ที่เข้าหาก็เพราะรู้ว่าเซฮุนฐานะดีแค่ไหน อยากครอบครองและหลงเพียงแค่กายภายนอกของเขาเท่านั้น ไม่เหมือนจงอินที่พูดได้ว่าก็มีพอๆ กับเขาทุกอย่าง แต่นิสัยของด้านลบของเขาหลายอย่างก็โดนจงอินกำหราบจนอยู่หมัด . . จากที่เคยเป็นคุณหนูเอาแต่ใจก็ยอมเป็นแมวเหมียวตัวน้อยให้อ้อมกอดของจงอิน . . เขาเปลี่ยนไปเยอะตั้งแต่รู้จักกับคนตรงหน้า



จงอินสวมกอดเซฮุนด้วยความรู้สึกทั้งหมดที่มี กดจูบไปตามขมับด้วยความรักที่เอ่อล้น . . เขาหวงเซฮุน และที่ขอแต่งงานกันแบบนี้ก็เพราะทนไม่ไหวแล้วที่เห็นคนอื่นมองคนรักตนเองด้วยตาละห้อยยามที่เซฮุนเพียงแค่เดินผ่าน อย่างน้อยแหวนที่ปรากฏอยู่บนนิ้วของเซฮุนก็เป็นตัวบ่งบอกว่าบุคคลนี้มีเจ้าของแล้วและนั่นคือเขา ถึงแม้ว่าเซฮุนจะชอบเล่นหูเล่นตา ชอบยั่วยวนคนอื่นโดยที่ไม่รู้ตัวก็ตามที . . แต่เซฮุนก็ไม่เคยนอกใจเขาเลยซักครั้ง



เพราะเซฮุนรู้ดีว่าตัวเขาเหมาะกับใคร




LONG AS YOU KNOW WHO YOU BELONG TO . .



ขอแต่งงานตอนมีอะไรกัน . . โรแมนติคเสียจริง



“คราวนี้ให้ฉันทำให้นะ . .”




“อ่าาาาาาา . . เซฮุนนา”









END .








เราไม่ได้เดินสายกามนะ พูดจริงๆ จากใจ *มองตาใส* นี่เรื่องที่สอง พูดเลอ 5555555
เพียงแค่ฟังเพลงบียอนเซ่แล้วพล็อตมันวิ่งเข้าหัว ประกอบกับตอนนี้แม่ยกไคฮุนหลายคงช้ำใจ(?)
เราอยากเป็นหมอเลยเอายาแก้ปวดใจมาให้นะจ๊ะ หวังว่าคงหายในเร็ววัน คิกๆ

ไม่ได้เอาลงเด็กดีเพราะรู้ๆ กันอยู่ว่าเปิดฉากมาก็จัดเลย เด็กดีคงไม่เอาเราไว้ เล่นเราแน่ๆ
ฟิคเรื่องนี้คอมเม้นท์กันได้นะคะ ที่กล่องด้านล่างเลย ช่วยติติงด้วยนะคะ เพราะเรารู้ตัวว่ายังคงต้องปรับปรุงหลายอย่าง
เรื่องหน้าจะได้ลื่นๆ (?) หรือถ้าหากประสงค์จะสครีมในทวิตเตอร์เพราะสะดวกกว่า
ก็ #KHMINE < ได้เลย จะใช้ทวิตลองแล้วคอมเม้นท์ที่นั่นก็ได้ เราจะไปตามอ่านคะ


ขอบคุณพระคุณล่วงหน้าเลยนะคะ รักไคฮุนสุดใจ ♥
และพบกับชอทฟิคกามๆ แบบนี้ได้ตามเทศกาลตามใจเรา(?)
หลอก . . เจอกันวันวาเลนไทน์นี้จ๊ะ คิกๆ จุ๊บ


Profile

MRBRIGHTSIDE94

Author:MRBRIGHTSIDE94
♦ ALL FOR KAIHUN ♦
MY OWN NAVERLAND
I AM WENDY AND —
YOU'RE MY PETERPAN


Archive RSS Login